------------------------------------------ ------------------------------------------------------------ trader

วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ถอดรหัสตลาดหุ้น #14 กลโกงปั่นหุ้น


ถ้าไม่พูดถึงการปั่นหุ้นเลย ก็จะดูไม่สมบูรณ์ใช่ไหมครับ เพราะมันมีอยู่จริงในตลาดหุ้น

แต่ที่เอามาเล่าในที่นี้ ไม่ใช่สนับสนุนการปั่นหุ้นนะครับ เพราะการปั่นหุ้นผิดศีล ผิดกฎหมาย ผิดจรรยาบรรณ ฯลฯ

บาปกรรมอีกต่างหากที่ร่ำรวยบนความเสียหายของผู้อื่น ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกครับ เราๆท่านๆ ที่เป็นนักลงทุนรายย่อย หรือ ที่กลุ่มปั่นหุ้นเรียกเหยื่อของเขาว่า”แมงเม่า” นั่นแหละ

บทนี้จึงเป็นเหมือนเปิดโปงพวกปั่นหุ้นให้พวกเราได้ ”รู้ทันเกม” มากกว่า จะได้ไม่หลงตกไปเป็นเหยื่อของพวกขอทานใส่สูท

จริงๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นหุ้นใหญ่หรือหุ้นเล็ก ไม่ว่าจะเป็นหุ้นฝรั่งหรือหุ้นไทย มันก็ต้องไล่ราคาทั้งนั้นแหละ ไม่งั้นมันก็ไม่ขึ้นหรอก

แต่ในที่นี้เราจะมุ่งเน้นไปที่หุ้นปั่นก็แล้วกันครับ เพราะหุ้นพวกนี้เป็นอันตรายมากกว่า ไม่มีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุน เราจึงต้องรู้เท่าทันเป็นพิเศษ

เดี๋ยวเราตามไปดูพร้อมๆกันดีกว่า ว่าการปั่นหุ้นเขามีกระบวนการอย่างไร เพื่อจะได้ไม่ต้องกลายเป็น แมงเม่าบินเข้ากองไฟ ไม่ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพในตลาดหุ้น

ก่อนกระบวนการไล่ราคาเกิดขึ้น กลุ่มปั่นหุ้นก็จะต้องทำการเลือกหุ้นก่อนครับ

ครั้นจะเลือกหุ้นที่มีกองทุนถืออยู่ก็คงไม่ดีแน่ เพราะไล่ๆราคาอยู่กองทุนอาจขายไม้ใหญ่ใส่มาก็ได้ ถ้าราคามันปรับตัวสูงไปกว่าปัจจัยพื้นฐานมาก ข้อสำคัญอีกอย่าง คือ ต้องพูดคุยเจรจากับเจ้าของกิจการก่อน ไม่งั้นเดี๋ยวเจอดี เพราะเจ้าของกิจการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ มีหุ้นให้ขนออกมาขายได้ไม่อั้น

ด้วยเหตุนี้ เราจึงมักจะเห็นความโยงใยของรายใหญ่ในกลุ่มหุ้นที่ร่วมขบวนการอยู่เสมอ หุ้นในกลุ่มเดียวกันเราก็จะเห็นชื่อกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในเวลาไล่เลี่ยกัน แล้วจากไปพร้อมๆกันในเวลาไม่นานนัก แล้วกลุ่มนี้ก็จะเข้าไปสิงสถิตเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทอื่นต่อๆไป หรือไม่ก็ส่งคนของแต่ละบริษัทมาถือหุ้นไขว้ไปมาระหว่างบริษัทในกลุ่มก๊วนของตน

โดยมากกลุ่มทำราคาก็มักจะเลือกบริษัทที่ปัจจัยพื้นฐานไม่ดี เพื่อจะได้ไม่ต้องไปชนกับกองทุนครับ รวมทั้งบริษัทนั้นต้องมีจำนวนหุ้นหมุนเวียนน้อย หรือที่เขาเรียกกันว่ามี Free Float ต่ำด้วย เพื่อที่จะสามารถควบคุมหุ้นได้แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และยิ่งราคาหุ้นต่ำก็จะยิ่งดี เพราะจะได้รู้สึกว่าถูกในทางจิตวิทยา ล่อคนมาติดกับดักได้ง่าย และยังทำกำไรได้สูงซะด้วย

เช่น เงิน 10 ล้านบาท ซื้อหุ้นราคา 1 บาท ได้ 10 ล้านหุ้น เมื่อหุ้นขึ้นไปเพียง 1.50 บาท ก็สามารถทำเงินได้แล้วถึง 5 ล้านบาท ซึ่งหากนำเงิน 10 ล้านบาทนี้ ไปซื้อหุ้นบลูชิพราคา 100 บาท จะซื้อได้เพียง 1 แสนหุ้น และหุ้นต้องขึ้นไปถึง 150 บาท จึงจะได้กำไร 5 ล้านบาท

เมื่อได้หุ้นเป้าหมายแล้ว ก็ต้องหาบัญชีตัวแทนล่ะครับ เพื่อนพ้องน้องพี่ ลุงป้าน้าอา คนขับรถ คนสวน ที่เปิดบัญชีรอไว้หลากหลายโบรกเกอร์ จะถูกใช้ชื่อเป็นตัวแทนในการซื้อ ขาย รับโอนหุ้น ระหว่างกัน ยิ่งเดี๋ยวนี้ยิ่งซับซ้อนขึ้นเพื่อให้ยากในการตรวจสอบ กระจายไปมากกว่า 20 บัญชี ยังมีให้เห็นอยู่บ่อยเลยครับ

เมื่อทุกอย่างพร้อม คราวนี้ก็เริ่มทำการ เก็บ-กด หุ้นสิครับ

การ เก็บ-กด หุ้น เป็นจิตวิทยารายใหญ่รังแกรายย่อย โดยใช้วิธีการวาง offer หนาๆ ไม่ให้ใครกล้าเคาะซื้อขึ้นไป และกดดันให้คนที่มีหุ้นอยู่ รู้สึกว่า ราคาคงจะขึ้นต่อไม่ไหวแล้ว ขายหุ้นลงมาที่ฝั่ง bid ซึ่งกลุ่มทำราคาตั้งราคารอซื้ออยู่ วิธีนี้พบเห็นกันโดยทั่วไปครับ

แต่สำหรับหุ้นในกลุ่ม เดอะซัน หรือ หุ้นในกลุ่ม เสี่ยลี หรือ หุ้นในกลุ่ม เสี่ยบี แล้ว โหดกว่านั้น ใช้วิธีการกดหุ้นด้วยวิธีซาดิสต์ หรือที่ในวงการชอบเรียกว่า “ทุบให้อ้วก” โดยให้พรรคพวกตั้ง bid ไว้ที่โบรกเกอร์หนึ่ง แล้วสั่งอีกโบรกเกอร์หนึ่งให้ขายโครมลงมาไม้ใหญ่ๆ เขย่าขวัญพวกเรา บล็อกราคา ดองราคาไม่ให้ไปไหน มีกด มีทุบ สักระยะหนึ่ง เดี๋ยวรายย่อยก็จะขายทิ้งลงมาให้เองครับ

ช่วงหลังนี้ เขาพัฒนาไปถึงขั้นใช้กราฟเทคนิคเข้าช่วย ทำเหมือนๆจะไป ไล่ซื้อหุ้นให้ราคาวิ่งขึ้นไปถึงแนวต้าน ซื้อรวดเดียวแบบกวาดมาจนเกลี้ยง แล้วทิ้งโครมลงมาในลักษณะ “ทุบให้อ้วก” จนเกิด Sell signal เพื่อสั่งลา ว่าหุ้นตัวนี้ไปไม่รอดแล้ว จากนั้นก็ปล่อยให้มวลชนทั้งหลายที่หลงซื้อหุ้นนั้นเข้าไป เซ็งกันไปเอง ขายขาดทุนบ้าง ขายเท่าทุนบ้าง ส่วนกลุ่มทำราคาก็ย้ายไปเล่นตัวอื่นพลางๆก่อน เพื่อให้มวลชนที่ถือหุ้นนี้อยู่ เกิดอาการสิ้นหวังกันถ้วนหน้า

กระบวนการ เก็บ-กด และ ทุบให้อ้วก นี้ อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ หรือ เป็นเดือนเลยล่ะครับ เพื่อเรียกของคืนมาจนกว่าจะครบตามที่ต้องการ

ในช่วงของการกด-เก็บหุ้น ปริมาณการซื้อขายจะมากขึ้นผิดสังเกตครับ มีซื้อๆขายๆ แต่ราคาไม่ขยับ หรือ ขยับก็ขยับไม่มาก หรือ บางครั้งขยับลงอีกต่างหาก เพื่อกดดันให้ผู้มีหุ้นอยู่รู้สึกว่า แรงขายมีเยอะจัง ราคาไม่ไปไหนเลย แล้วขายหุ้นทิ้งลงมา

เมื่อได้หุ้นครบแล้ว เขาจะนั่งรอเวลาระยะหนึ่ง เพื่อไม่ให้ผิดสังเกตครับ แล้วจึงค่อยไล่ราคาขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

ในระหว่างที่ไล่ราคาขึ้น ก็จะมีการเชิญนักวิเคราะห์ไปเยี่ยมชมกิจการ หรือ ออกข่าวดี เรื่องรายได้ พันธมิตร หรือ อาจจะเลยเถิดไปถึงขนาดปล่อยข่าวลือต่างๆนานาไปเลยด้วยซ้ำ เพื่อให้มวลชนเชื่อว่าหุ้นกำลังจะมีแนวโน้มที่ดี

แล้วจะทำยังไงล่ะครับ เพื่อจะเพิ่มน้ำหนักให้กับข่าวดีนั้น ก็ต้องไล่ราคาโชว์ซิครับ ด้วยการเคาะซื้อครั้งละมากๆ รวบทีละ 2-3 แถว แบบเว่อร์ๆหน่อย ก็กินรวบไม่แบ่งใครเลย 5-6 แถวก็มี

คราวนี้ความมั่นใจก็มา การแย่งกันซื้อแบบไม่เกี่ยงราคาก็เกิดขึ้น

ถ้าหุ้นนั้นพื้นฐานแย่หน่อย หรือ กลุ่มทำราคากลุ่มเล็ก เกมส์ก็มักจะจบไวครับ แต่บางกรณีที่กลุ่มทำราคาเป็นกลุ่มใหญ่ การลากราคานั้นอาจจะยาวนาน เพื่อให้ราคาขึ้นไปสุดโต่งเท่าที่จะเป็นไปได้

กลวิธีระหว่างไล่ราคานี้ ก็น่าเกลียดพอประมาณครับ ตั้งขายไว้ที่โบรกเกอร์หนึ่ง แล้วก็สั่งอีกโบรกเกอร์หนึ่งให้เคาะซื้อเอง เมื่อซื้อได้แล้วก็จะสั่งโบรกเกอร์ให้ตั้งขายในราคาที่สูงขึ้น แล้วก็สั่งอีกโบรกเกอร์หนึ่งให้เคาะซื้อตาม

ตลาดหลักทรัพย์ตรวจได้ไม่ยากครับ ถ้าอยากจะตรวจจริงจัง ใครที่ซื้อแพงแล้วขายถูก แล้วก็ไปไล่ซื้อที่แพงกว่า แล้วก็ขายถูกอีกครั้งแล้วครั้งเล่า และซื้อขายทีไม้ใหญ่ๆ ก็นั่นแหละ แก๊งค์ปั่นหุ้น

เมื่อหุ้นขึ้นมาใกล้ราคาเป้าหมายแล้ว ไม่รู้เป็นไง สื่อและหนังสือพิมพ์ มักจะออกมาเชียร์เรื่อย ช่วงนี้แหละครับที่รายใหญ่จะเริ่มทยอยขายหุ้น

แต่เนื่องจากหุ้นมันมีเยอะนะครับ ขายลำบาก ก็ต้องเรียกแขกเข้ามาร่วมแจม

วิธีเรียกแขก ก็จะใช้วิธีเดิมครับ เคาะซื้อของตัวเองที่ตั้งขายไว้ที่อีกโบรกเกอร์หนึ่งอย่างรวดเร็วและรุนแรง หลายๆระดับราคา มีโชว์เคาะซื้อเคาะขายสลับไปมา ครั้งละหลายแสนหลายล้านหุ้น เพื่อให้ดูคึกคักเป็นที่สนใจของมวลชน

เมื่อมวลชนเห็นว่าหุ้นตัวนี้ วิ่งดี น่าจะทำกำไรได้งาม ก็จะแห่เข้ามาเคาะซื้อสนุกสนานพร้อมความหวังรวยเร็ว

ตรงนี้แหละครับที่รายใหญ่จะเริ่มตั้งขายที่ฝั่ง offer ในแต่ละช่วงราคา พร้อมๆกับตั้ง bid หนาๆ เพื่อจูงใจให้รายย่อยเคาะซื้อเนื่องจากเห็นว่า ขืนตั้งรอซื้อจะไม่ได้ของ

ระหว่างนี้อาจมีเคาะซื้อนำไม้เล็กๆ ต่อเนื่องกัน เพื่อจูงใจให้รายย่อยแห่เคาะซื้อตาม เมื่อหุ้นที่ตั้งขายใกล้หมด รายใหญ่จะขนหุ้นมาเติมขาย และอาจมีเคาะซื้อหุ้นที่ตัวเองวางขายไว้ที่โบรกเกอร์อื่นสลับเป็นระยะด้วยครับ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าหุ้นนั้นยังมีแรงซื้อมากอยู่

แต่พอซื้อเสร็จ ก็ขนหุ้นที่เพิ่งซื้อนะแหละ มาวางขายอีกที่ฝั่ง offer อีก หลังจากนั้นไม่นาน หุ้นก็จะถูกเปลี่ยนมือไปอย่างเงียบๆ มวลชนก็จะเริ่มครอบครองหุ้นเกือบทั้งหมดของรายใหญ่ในเวลาต่อมา

ส่วนรายย่อยที่ยังไม่เคาะซื้อก็จะตั้ง bid รอ ใช่ไหมครับ พอรายย่อย bid รอ รายใหญ่ก็จะค่อยๆถอน bid ออก แล้วตั้งซื้อใหม่เพื่อดันให้รายย่อยได้คิวซื้อก่อน

เมื่อ bid ที่เหลืออยู่ มีแต่คำสั่งซื้อของรายย่อยที่หนาแน่นพอแล้ว รายใหญ่ก็จะเทขายลงมา และขายต่อเนื่องลงมาเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดพอร์ต

ขอย้ำอีกครั้งนะครับ ว่าบทนี้เป็นการเปิดโปงเพื่อให้รู้ทันเกมปั่นหุ้น ไม่ได้สนับสนุนการผิดศีลทำบาป ไม่ได้สนับสนุนการลักทรัพย์ ไม่ได้สนับสนุนการมุสาฯ แต่ประการใด แต่ต้องการสื่อให้เห็นไม่เผลอไปเล่นในเกมของเขา เพื่อเราจะได้ไม่หลงทางไปเป็นเหยื่อ

มาถึงตรงนี้ ก็อดที่จะพูดถึง การไล่ราคาวอแร้นท์และการซ่อนออร์เดอร์ไม่ได้

เริ่มจากการไล่ราคาวอแร้นท์ก่อนแล้วกันครับ

หุ้นเก็งกำไรหลายๆตัว ก็มีวอแร้นท์ และหลายๆครั้งที่คนทำราคาจะเอาหุ้นตัวแม่และวอแร้นท์ขึ้นมาอย่างช้าๆ โดยไม่ให้ใครได้ทันสังเกตเห็น

เมื่อสะสมหุ้นและวอแร้นท์ได้มากพอ ก็จะลากวอแร้นท์ขึ้นไปอย่างรวดเร็ว เพราะราคาถูกกว่า ใช้เงินน้อยกว่า

เมื่อลากวอแร้นท์ขึ้นไปได้ระยะหนึ่ง ก็จะลากหุ้นแม่ขึ้นไป พร้อมๆกับวางขายวอแร้นท์ เพราะนักเก็งกำไรส่วนใหญ่ เมื่อเห็นหุ้นแม่ขึ้น ก็เชื่อว่าวอแร้นท์จะขึ้นตาม แต่หารู้ไม่ว่าเขาวางขายวอแร้นท์กันแล้ว

ตบท้ายแล้วนะ จะเปิดโปงเรื่องการซ่อนออร์เดอร์หน่อย

ซื้อแล้วลง ขายแล้วขึ้น เป็นเรื่องปกติที่ผิดพลาดกันได้ครับ แต่ความผิดพลาดนั้น สามารถทำให้ลดน้อยลงไปได้ด้วยความช่างสังเกตครับ

การตั้งซ่อนออร์เดอร์เพื่อหลอกซื้อของ มักจะใช้ในช่วงที่ราคาอยู่ที่แนวรับ จะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่พอดี ซึ่งตรงจุดนี้ ผู้ที่มีต้นทุนต่ำมักจะยอมขายทิ้งลงมา ก่อนที่ราคาจะหลุดแนวรับลงไป หรือไม่ก็มักจะใช้ในช่วงที่ราคาอยู่ที่แนวต้านพอดี ให้เราลุ้นเล่นว่าจะ Breakout ผ่านขึ้นไปได้หรือไม่ พอเราเห็นว่ามันคงไปไม่ไหวแล้ว เราก็จะขายลงมา จากนั้นไม่นานเขาก็จะลากผ่านแนวต้านขึ้นไปอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ใครกล้าตาม

เราไปดูการเล่นกับจิตวิทยามวลชนด้วยวิธี Partial Publish กันครับ

หากรายใหญ่ต้องการให้มวลชนขายลงมา เขาก็จะขนหุ้นมาวางขายที่ฝั่ง Offer หนาๆ แล้วตั้ง bid น้อยๆให้เราหวาดเสียวเล่น หรือไม่ก็ใช้ กลวิธี “ทุบให้อ๊วก” ตามแต่ความซาดิสต์ที่มีในจิตใจ

แต่เมื่อราคาไหลหรือดิ่งลงไป ณ ระดับราคาหนึ่งแล้ว รายใหญ่เหล่านั้นก็จะสั่งตั้งซื้อแบบซ่อนออร์เดอร์ ที่ฝั่ง bid ด้วยการตั้งซื้อหุ้นจำนวนมาก แต่ใช้คำสั่ง partial publish ทีละน้อยๆ เช่น สั่ง bid ซื้อหุ้นช่องละ 1 ล้านหุ้น แต่ให้เห็นทีละ 40,000 หุ้น

แหม พอเราเห็นฝั่ง offer หนาๆ ขนาดหลายล้านหุ้นขวางอยู่ ขณะที่ bid เหลือแค่ 40,000 หุ้น เราก็รีบขายซิครับ ก่อนที่ราคานั้นจะมีคนชิงขายลงมาก่อน แต่มันก็น่าแปลก พอเราขายลงมา 40,000 หุ้น มันก็โผล่ขึ้นมาอัตโนมัติที่ฝั่ง bid อีก 40,000 หุ้น พอเราขายอีก 40,000 หุ้น มันก็โผล่เข้ามาอีก 40,000 หุ้น พอเราขายอีก 80,000 หุ้น มันก็โผล่เข้ามาอีก 40,000 หุ้น 2 ครั้ง ติดกัน พอเราหยุดขาย มันก็ยังคงรอเราที่ฝั่ง bid อีก 40,000 หุ้น แบบไม่สะทกสะท้านแรงขาย

คำถามคือ หากเป็นท่านเอง ท่านต้องการจะขายหุ้น 2-3 ล้านหุ้น ท่านจะเอามาวางโชว์ที่ฝั่ง offer ไหมครับ ถ้าท่านแสดงให้คนอื่นเห็นว่าท่านอยากขาย 2-3 ล้านหุ้น แล้วใครจะไปเคาะซื้อล่ะครับ

และใครกันหนอจะรับซื้อที่ฝั่ง bid ได้ไม่อั้นขนาดนั้น ใครขายมาเท่าไหร่ รับซื้อหมดเลย แสดงว่าคนที่รับซื้อไม่อั้นคนนั้น เขาต้องมั่นใจสูงเลยใช่ไหมครับว่าราคาจะวิ่งแน่ เพราะถ้าเป็นคนปกติ เขาไม่ซื้อหรอก ถ้าแรงขายยังขายทิ้งลงมาเรื่อยๆ

ถ้าท่านเห็นแบบนี้ ต้องหยุดขาย หรือ หาจังหวะซื้อคืนแล้วนะครับ พลาดแล้วล่ะ เขากำลังตั้งโต๊ะซื้อของอยู่ และเมื่อไม่มีใครขายลงมาให้แล้ว อีกไม่นาน เขาจะกวาดรวบขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

พอวิธีนี้เริ่มมีคนสังเกตเห็น รายใหญ่เลยพัฒนาวิธีใหม่ ด้วยการย้าย partial publish มาที่ฝั่ง offer แทน พร้อมๆกับ ทยอยตั้งรับ ที่ฝั่ง bid ด้วย จากนั้นก็เคาะซื้อของตัวเองไปเรื่อยๆ ที่ฝั่ง offer เพื่อให้ใครๆเห็นว่า นี่เป็น partial publish นะ มีออร์เดอร์ซ่อนขายที่ฝั่ง offer นะ น่ากลัวนะ

พอเขาเคาะซื้อ 100,000 หุ้น โห partial publish ไหลมาให้เห็น 20 รายการๆละ 5,000 หุ้น เลยแหะ อีกสักพัก เขาก็เคาะซื้ออีก 200,000 หุ้น partial publish ก็จะโชว์ให้เห็นมา 40 รายการๆละ 5,000 หุ้น ว่าไง ว่าไง กลัวไหม มีออร์เดอร์ซ่อนขายอยู่นะ

พอเราเห็นว่า เคาะซื้อฝั่ง offer เท่าไหร่ก็ไม่หมดซะที แถมซ่อนออร์เดอร์ซะด้วย ด้วยความรู้เท่าทัน เราก็จะขายโครมลงมาที่ฝั่ง bid แหะๆๆ เสร็จเขาเลยล่ะครับ เขาได้ของไปแล้ว พอฝั่ง bid จะหมด เขาก็เติม bid อีก ขายมาเท่าไหร่ ฝั่ง bid ก็ไม่หมดซะที ไอ้ที่เราขายไปแล้ว นั่งรอทั้งวัน ยังไม่ได้ซื้อคืนเลย

คำถามคือ หากเป็นท่านเอง ท่านต้องการจะซื้อหุ้นจำนวนมาก ท่านเห็นว่าฝั่ง offer หนาขนาดนั้น เคาะไม่ผ่านสักที ท่านจำเป็นจะต้องรีบตั้ง bid มาจ่อแบบนี้ไหมครับ ทำไมฝั่ง offer ไมผ่าน แต่ฝั่ง bid ก็ไม่หลุดล่ะ ถ้าไม่มีคนตั้งโต๊ะรอซื้อไม่อั้นที่ฝั่ง bid

แต่ถ้า Offer ไม่ผ่าน ฝั่ง bid ก็ไหลรูด ตัวใครตัวมันล่ะกันนะครับ

น้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือไปขวางนะครับ


INFO: ThaiDayTrade


ถอดรหัสตลาดหุ้น #1 ทำเป็นเก่ง เจ๊งสถานเดียว
ถอดรหัสตลาดหุ้น #2 Limit Loss ไม่เป็น เงินเย็นหายเ...
ถอดรหัสตลาดหุ้น #3 ยิ่งถูกยิ่งซื้อ ยิ่งซื้อยิ่งลง
ถอดรหัสตลาดหุ้น #4 ยิ่งไม่กล้าเสี่ยง กลับยิ่งเสี่ยง
ถอดรหัสตลาดหุ้น #5 วิ่งไปตามแนวโน้ม
ถอดรหัสตลาดหุ้น #6 รู้เขารู้เรา
ถอดรหัสตลาดหุ้น #7 เกาะไปกับ Fund Flow
ถอดรหัสตลาดหุ้น #8 ขายหมูดีกว่าขายหมา น้ำลายหกดีกว่าน้ำตาตก
ถอดรหัสตลาดหุ้น #9 ย้อนรอย วัฏจักรตลาดหุ้น
ถอดรหัสตลาดหุ้น #10 กลวิธี ขึ้นขายก่อน อ่อนซื้อกลับ
ถอดรหัสตลาดหุ้น #11 กลวิธี สวนควันปืน เล่นฝืนมวลชน
ถอดรหัสตลาดหุ้น #12 กลวิธี สงครามกองโจร
ถอดรหัสตลาดหุ้น #13 กลลวง ข่าวลือ
ถอดรหัสตลาดหุ้น #14 กลโกงปั่นหุ้น
ถอดรหัสตลาดหุ้น #15 รวยเรื้อรัง หันหลังให้คำว่าเจ๊ง
ถอดรหัสตลาดหุ้น #16 วาทะรับน้อง

ถอดรหัสตลาดหุ้น #12 กลวิธี สงครามกองโจร


“เอ็งมา ข้ามุด เอ็งหยุด ข้าแหย่ เอ็งแย่ ข้าตี เอ็งหนี ข้าตาม” นอกจากจะนำไปใช้ในการรบแบบสงครามกองโจรแล้ว ยังมีการนำมาใช้ในตลาดหุ้นโดยรายใหญ่เสมอ

จะว่าไปแล้ว กลวิธี สงครามกองโจร ก็แสบไม่แพ้ กลวิธี สวนควันปืนเล่นสวนทางมวลชนนะครับ

ต่างกันเพียงการสวนควันปืนเล่นสวนทางมวลชนนั้น จะใช้จิตวิทยาและอำนาจเงิน ควบคุมตลาด ในขณะที่กลวิธีสงครามกองโจร จะใช้ข่าววงในและอำนาจบริหารควบคุมราคาหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง

ผมสังเกตเห็นตามเว็บบอร์ดหุ้นหลายแห่งมักตั้งข้อสงสัยว่า นักวิเคราะห์บางค่ายเชียร์ซื้อให้รายใหญ่ออกของ เชียร์ขายให้รายใหญ่เข้าเก็บ นักวิเคราะห์แนะให้ซื้อ มันกลับลง พอแนะขาย มันกลับขึ้น

ผมขอฟันธงเลยว่า นักวิเคราะห์ “ส่วนใหญ่” ไม่ได้เป็นเช่นนั้น

แต่รายใหญ่ต่างหากที่กำลังทำสงครามกองโจรกับคุณ

การที่นักวิเคราะห์เชียร์ให้ซื้อแล้วลง เชียร์ให้ขายแล้วขึ้น ไม่ใช่เพราะเขาไม่มีความรู้ ไม่ใช่เพราะเขาไม่มีเครื่องมือในการทำงานที่ดีพอนะคับ

ความรู้และเครื่องมือในการวิเคราะห์การลงทุนของนักวิเคราะห์ ออกจะมีมากมายหลายหลาก

แต่ทุกวันนี้ รายใหญ่ หรือ เจ้าของบริษัท เขามักจะเลือกคนเก่งกราฟมาดูแลราคาหุ้น และใช้เครื่องมือเหล่านั้นมาหาประโยชน์ส่วนตนอีกที

หลังจากรายใหญ่เข้าเก็บหุ้นจนมากพอ เขาก็จะเริ่มด้วยการไล่ราคาหุ้น จนกระทั่งกราฟ “สั่งซื้อ” จากนั้นเขาก็จะวางขาย รินขาย ไม่หยุดหย่อน และลงเอยด้วยการทุบเปรี้ยงลงมาเลย เมื่อแรงเคาะซื้อเริ่มหมดแรง เพื่อให้กราฟ “สั่งขาย”

หลังจากที่กราฟสั่งขายแล้ว เขาไม่ต้องทำอะไรให้เหนื่อยเลยครับ แค่นั่งรอเวลาเฉยๆ อีกไม่นาน เขาก็จะได้ซื้อหุ้นคืน ในราคาที่ต่ำกว่าเดิม …… นี่คือความจริงภาคสนามรบ

หลังจากมีโอกาสได้นัดพบนั่งกินข้าวกับเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ผมก็อดไม่ได้ที่จะถามเขาในฐานะผู้รู้ดีที่สุดแล้วในตลาดเกี่ยวกับหุ้นตัวนี้

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาเกรงใจที่ผมเลี้ยงข้าวหรือเปล่านะ ในที่สุดเขาก็เล่าให้ฟัง เมื่อผมถามว่า ทำไมหุ้นของนายถึงกวนบาทาขนาดนี้ เที่ยวซิกแซกรังแกชาวบ้าน

“นายคิดดู ถ้านายเป็นรายใหญ่ ใช้เงินสดซื้อหุ้น ไล่ราคาขึ้นมาตั้งเยอะ แต่กลับโดนใครก็ไม่รู้ ที่มีหุ้นต้นทุนต่ำ ขายใส่ตลอดทาง นายเซ็งไหม”

“นายว่ามันต้องใช้เงินมากขึ้นกว่าเดิมไหมล่ะในการทำราคา หากเจอแต่พวกเดย์เทรดมาจับเสือมือเปล่า กินเงินของนายไปฟรีๆ ในแต่ละวัน”

“เราเลยจำเป็นต้อง ลาก กระชาก ตบ เป็นระยะๆ ไม่งั้นเงินหมดตัวแน่ กว่าราคาหุ้นจะถึงเป้าหมาย ตามที่ “เจ้านาย” สั่ง”

เอ ถ้าผมบอกเจ้านี่ว่าผมจะเอาเรื่องของเขามาเขียนหนังสือ เขาจะเล่าให้ผมฟังรึปล่าวหว่า

เอาล่ะ จากนี้ไปผมยกพื้นที่ให้เขาสาธยายเลยแล้วกัน

“ขั้นแรก เราก็จะต้องสะสมหุ้นก่อน เราจะไปเช็คกราฟจากโปรแกรมเทรด เพื่อหาจุดตัดขาดทุน และแนวรับ จากนั้นเราจะสั่งมาร์เก็ตติ้งอีกโบรกฯ หนึ่ง ให้ตั้งซื้อรอไว้หลายๆราคา แล้วก็สั่งมาร์เก็ตติ้งอีกโบรกฯหนึ่ง ให้ตั้งรอซื้อไว้ที่แนวรับ แล้วก็สั่งมาร์เก็ตติ้งอีกโบรกฯหนึ่ง ให้ตั้งออร์เดอร์รอ ในระดับราคาที่ต่ำกว่าจุดตัดขาดทุน”

“เมื่อออร์เดอร์ตั้งรอไว้หนาแน่น เราก็จะสั่งมาร์เก็ตติ้งอีกโบรกฯหนึ่ง ให้ขายโครมลงมาที่ฝั่งบิด นายสังเกตไหมว่า หุ้นไม่ได้หายไปไหน แค่เปลี่ยนไปอยู่ในมือของอีกโบรกฯหนึ่งแทน แต่ภาพที่ออกมามันน่ากลัวนะ เพราะบิดที่รอไว้เป็นล้านหุ้นโดนขายทิ้งจนหมดในไม้เดียว”

“นายเข้าใจใช่ไหม นี่มันเกิดผลทางจิตวิทยาขึ้นแล้ว คราวนี้คนที่ถือหุ้นต้นทุนต่ำรายอื่น ก็จะขายทิ้งหุ้นลงมาด้วย ทำให้ออร์เดอร์ของเรา ที่ตั้งรอไว้ที่แนวรับ ได้ของมามากพอสมควรเลยล่ะ”

“จากนั้นก็จะสั่งขายหุ้นที่เพิ่งซื้อมาเมื่อกี้นี้แหละ โครมลงมาอีกที เพื่อให้หลุดแนวรับ หรือ ให้ถึงจุดที่โปรแกรมจะต้องสั่งขาย …. เมื่อหลุดแนวรับ หรือ เมื่อถึงจุดที่โปรแกรมสั่งขาย คราวนี้ทุกคนที่มีหุ้นอยู่ก็จะขายหนีตาย ราคามันก็จะไหลรูดดิ่งลงมาอย่างรวดเร็ว ปริมาณหุ้นที่เราตั้งซื้อไว้ในระดับราคาต่ำๆ จะได้รับคืนจนครบ”

“ถ้ายังได้ไม่ครบ แสดงว่ามีคนใจแข็งทนถืออยู่ เราก็จะสั่งบล็อกราคาซะ ขนหุ้นเอามาวางขายหนาๆที่ฝั่งออฟเฟอร์ แล้วก็ตบมั่ง ทุบลงมามั่ง บีบไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้หุ้นครบตามที่เจ้านายสั่ง”

“ตอนนี้กราฟเสียรูปแล้วใช่ปล่าว วันรุ่งขึ้น นักวิเคราะห์ทุกโบรกฯ ก็จะออกมาแนะนำ ขาย ให้เองแหละ เพราะกราฟมันสั่งขาย เราตั้งรอไว้ไม่นาน เดี๋ยวเราก็จะได้ของครบแล้วไง”

แหม ดูเจ้านี่เล่าให้ฟัง มันช่างโหดร้ายเสียจริงๆ

ระหว่างเล่าเรื่อง ดูเหมือนเพื่อนผมจะมีความสุขแกมซาดิสม์ นั่นนะซิ คนที่ควบคุมอะไรได้แบบเบ็ดเสร็จ มักจะคิดว่าตนมีพลัง มักจะคิดว่าตนมีอำนาจ ชี้เป็นชี้ตายทางไหนก็ได้อยู่ในมือ

นี่ข้าวยังกินไม่หมดเลย มันกลับโม้ต่อเป็นการใหญ่ ไปฟังแผนอุบาทว์ของมันกันต่อเลยครับ

“คราวนี้ พอได้ของครบ เราก็จะค่อยๆเคาะซื้อไล่ราคาขึ้นทีละเล็กทีละน้อย แบบไม่ให้ใครสังเกตเห็น ระหว่างนี้ กราฟยังไม่สั่งซื้อนะ คนในตลาดก็จะไม่ค่อยได้สังเกตกัน”

“เมื่อได้ของพอประมาณแล้ว เจ้านายก็จะเริ่มให้ข่าวดีเป็นระยะๆ ผ่านสื่อ แต่ขณะเดียวกัน เราก็จะโทรไปสั่งให้โบรกฯ วางหุ้นหนาๆ ไว้ที่ฝั่งออฟเฟอร์ด้วย แล้วเราก็จะสั่งให้อีกโบรกฯ หนึ่งเคาะซื้อไล่ราคาขึ้นไป นายสังเกตไหมว่า หุ้นไม่ได้เพิ่มขึ้น เราไม่ได้ใช้เงินมากขึ้นนะ แค่เปลี่ยนหุ้นและเงินไปอยู่ในมือของอีกโบรกฯหนึ่งแทน”

“ข่าวที่ ค่อยๆทยอยออกตามสื่อ กับภาพที่ออกมาดูดี เพราะมีคนกวาดซื้อหมดเกลี้ยงเป็นล้านหุ้นในไม้เดียว นายว่ามันน่าสนรึปล่าวล่ะ ตอนนี้ใครๆก็เริ่มจับตาแล้ว”

“เราก็สั่งโบรกฯ หนึ่งให้ซื้อหุ้นของเรา ที่เราสั่งวางขายไว้กับอีกโบรกฯ หนึ่งขึ้นไปเรื่อยๆ อีกไม่นาน มันก็ผ่านพ้นแนวต้านขึ้นไปได้ คราวนี้ โปรแกรมเทรดก็จะสั่งซื้อแล้วใช่ป่ะ วันรุ่งขึ้น นักวิเคราะห์ก็จะออกมาแนะนำ ซื้อ เองแหละ เพราะมันเกิดสัญญาณซื้อ”

“โธ่ นายคิดดู เราตุนหุ้นไว้ 30 ล้านหุ้น 50 ล้านหุ้น ตอนนี้มีคนมาตั้งรอซื้อเยอะๆในราคาสูงๆอย่างงี้ ถ้าไม่ขายตอนนี้ จะให้ไปขายตอนไหนล่ะ”

“แต่ครั้นจะขายโครมลงมา กราฟจะเสียรูป เดี๋ยวขายไม่ได้ราคา อย่ากระนั้นเลย ค่อยๆแอบๆขายดีกว่า เราเคาะขวาสลับบ้าง นิดๆหน่อยๆ ก็ไม่เป็นไรใช่ป่าว ของเราวางไว้เองทั้งนั้น ไอ้ที่ตั้งรอขายอยู่หน่ะ”

“จนเมื่อไหร่ แรงซื้อชักเริ่มเบา คราวนี้ล่ะ เราก็จะรีบขายโครมลงมาอย่างรวดเร็ว ไม่งั้น อีก 10 ล้านหุ้นที่เหลือจะออกไม่ทัน”

“เออ นายรู้ปล่าว เวลาขาย เจ้านายสั่งไว้ว่าอย่าขายออกมาจนหมด ทายสิว่าทำไม”

“ก็บางคนใจแข็ง ถือทนนะสิ เวลาขายเลยต้องเหลือหุ้นไว้หน่อยนึง เพื่อทิ้งไม้สุดท้าย โครมลงมา ให้หลุดแนวรับลงไปเลย กราฟจะได้สั่งขาย ไม่งั้น เดี๋ยวจะไม่ได้ของคืน”

“พอวันรุ่งขึ้น นักวิเคราะห์ทุกโบรกฯ ก็จะออกมาแนะนำ ขาย เองแหละ เพราะกราฟมันสั่งขาย เราตั้งรอไม่กี่วัน เดี๋ยวก็มีคนขายคืนเรามาแล้ว”

เมื่อผมฟังเจ้าเพื่อนผมคนนี้มันโม้จบ ก็ได้แต่ถอนใจ

โถ นักวิเคราะห์ กลายเป็นส่วนหนึ่งของสงครามกองโจรโดยไม่ได้เจตนา

ถ้าใครจะเล่นหุ้นให้ได้เงินนะครับ ผมว่านะ อย่าไปรอนักวิเคราะห์เลย กว่านักวิเคราะห์จะแนะนำ ซื้อ มันก็ขึ้นไปไกลจนเขาจะขายกันแล้ว และกว่าที่นักวิเคราะห์จะแนะนำ ขาย มันก็ลงมาลึกจนเขาจะทยอยเก็บคืนกันแล้ว

ทางที่ดีนะครับ เราศึกษากราฟ ทำการบ้าน และดูโวลุ่มประกอบในชั่วโมงเทรดน่าจะดีกว่า อยากได้เงินมันก็ต้องทำงานนะครับ

หลังตลาดปิด ดูกราฟแป๊ปนึงคงไม่เสียเวลามากเท่าไหร่ ดูคร่าวๆสักหน่อยก็ยังดี ว่ากราฟหุ้นตัวไหนมีสัญญาณการสะสม ภาวะตลาดรวมและโวลุ่มเทรดในหุ้นตัวนั้น มันเอื้อต่อการเข้าเก็บแล้วหรือยัง

เก็บหุ้นพร้อมๆเขาดีกว่าครับ อย่าไปรอใครมาเชียร์


INFO: ThaiDayTrade


ถอดรหัสตลาดหุ้น #1 ทำเป็นเก่ง เจ๊งสถานเดียว
ถอดรหัสตลาดหุ้น #2 Limit Loss ไม่เป็น เงินเย็นหายเ...
ถอดรหัสตลาดหุ้น #3 ยิ่งถูกยิ่งซื้อ ยิ่งซื้อยิ่งลง
ถอดรหัสตลาดหุ้น #4 ยิ่งไม่กล้าเสี่ยง กลับยิ่งเสี่ยง
ถอดรหัสตลาดหุ้น #5 วิ่งไปตามแนวโน้ม
ถอดรหัสตลาดหุ้น #6 รู้เขารู้เรา
ถอดรหัสตลาดหุ้น #7 เกาะไปกับ Fund Flow
ถอดรหัสตลาดหุ้น #8 ขายหมูดีกว่าขายหมา น้ำลายหกดีกว่าน้ำตาตก
ถอดรหัสตลาดหุ้น #9 ย้อนรอย วัฏจักรตลาดหุ้น
ถอดรหัสตลาดหุ้น #10 กลวิธี ขึ้นขายก่อน อ่อนซื้อกลับ
ถอดรหัสตลาดหุ้น #11 กลวิธี สวนควันปืน เล่นฝืนมวลชน
ถอดรหัสตลาดหุ้น #12 กลวิธี สงครามกองโจร
ถอดรหัสตลาดหุ้น #13 กลลวง ข่าวลือ
ถอดรหัสตลาดหุ้น #14 กลโกงปั่นหุ้น
ถอดรหัสตลาดหุ้น #15 รวยเรื้อรัง หันหลังให้คำว่าเจ๊ง
ถอดรหัสตลาดหุ้น #16 วาทะรับน้อง

ถอดรหัสตลาดหุ้น #9 ย้อนรอย วัฏจักรตลาดหุ้น

ก่อนที่เราจะไปดูกลลวงเจ้ามือ กลเม็ดรายใหญ่ในตอนต่อจากนี้ไป เรามาเริ่มย้อนรอยตามดูวัฎจักรของตลาดหุ้นกันก่อนดีกว่าครับ ว่าแต่ละช่วงตลาดมีอาการอย่างไร เพื่อให้เห็นภาพว่าในแต่ละรอบ ผู้เล่นแต่ละกลุ่มเขาทำอะไรกันบ้าง

วัฏจักรตลาดหุ้น ช่วงรุ่งโรจน์ถึงขีดสุด

อาการของตลาดในช่วงรุ่งโรจน์ถึงขีดสุดสังเกตได้ไม่ยากครับ เพราะเป็นช่วงที่ตลาดคึกเป็นม้าดีดกะโหลกราคาหุ้นปรับขึ้นแบบเว่อร์แล้วยังมีเว่อร์อีก สื่อฯและนักวิเคราะห์เชียร์ซื้อหุ้นสุดลิ่มทิ่มประตู หุ้นกลุ่มหลักทรัพย์ต่างพากันคึกคักถ้วนหน้าจากปริมาณการซื้อขายล้นทะลัก สายโทรศัพท์ของมาร์เก็ตติ้งก็ไม่เคยว่าง ผู้คนคึกคักและต่างพากันยิ้มแย้มเต็มห้องค้าฯ

หลังจากนั้นไม่นาน ตลาดจะแสดงอาการประหลาดๆให้เห็น เหมือนเป็นการส่งสัญญาณให้รู้ว่าจะปรับฐานแล้วนะ

ช่วงนี้ปริมาณการซื้อขายต่อวันยังมากอยู่ครับ นักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดยังมีความหวัง แต่ราคาหุ้นหรือดัชนีตลาดชักจะเริ่มไม่ขยับแล้ว อาจจะมีอาการแตะจุดสูงสุดเดิมซ้ำๆแต่ไม่ผ่านซะทีให้เห็น แล้ววันต่อๆมา จุดสูงสุดของดัชนีก็ค่อยๆต่ำลง พร้อมๆกับจุดต่ำสุดของดัชนีก็ลดลงด้วยเช่นกัน

ในช่วงนี้ปริมาณการซื้อขายในอินเด็กซ์ฟิวเจอร์ค่อยๆหดหาย จำนวนสถานะคงค้างในตลาดฟิวเจอร์ก็เริ่มหดตัว พร้อมทั้งราคาอินเด็กซ์ฟิวเจอร์ที่เริ่มปรับลง

มือใหม่ที่อดทนรอ ไม่กล้าซื้อหุ้นในตอนแรก เพราะมัวแต่รอให้หุ้นราคาถูกก่อน เริ่มตัดสินใจซื้อหุ้นในช่วงนี้แหละครับ เพราะกลัวตกรถ …… หลังจากรอคอยมานานแสนนาน แต่หุ้นก็วิ่งหนีขึ้นไปเรื่อยๆ ดังนั้นเมื่อหุ้นหยุดรอ หรือ อ่อนตัวลงมาให้ซื้อ มือใหม่จึงตัดสินใจซื้อหุ้นทันที ด้วยความคิดว่าหุ้นคงจะไม่ลงแล้วล่ะ

เจ้าของบริษัทและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ก็เห็นใจมือใหม่ครับ เริ่มขนหุ้นของตนมาวางขายทีละเล็กทีละน้อยแบบเงียบๆ พอปริมาณหุ้นที่วางขายมีคนมาซื้อจนหมดไป เขาก็จะขนหุ้นออกมาเติมขายให้มือใหม่ได้ซื้อหุ้นมากเท่าที่ใจจะไขว่คว้า

กองทุนไทยและกองทุนต่างชาติก็เห็นใจมือใหม่ที่สนใจหุ้นพื้นฐานดีเช่นกัน เริ่มขนหุ้นพื้นฐานดี พีอีต่ำ ปันผลสูง ในพอร์ตของตน มาวางขายทีละเล็กทีละน้อยแบบเงียบๆ พอปริมาณหุ้นที่วางขายใกล้หมด กองทุนก็จะพากันขนหุ้นมาเติมขายให้อีก

นักเก็งกำไรจะเร่งขายหุ้น และ ทยอยปิดสถานะ “Long” เพื่อทำกำไรใน SET50 Index Futures ก็ช่วงนี้แหละครับ ปริมาณการซื้อขายและจำนวนของสถานะในตลาดฟิวเจอร์จึงลดลงเรื่อยๆ พร้อมด้วยราคาที่ค่อยๆถดถอยลงมา

นักลงทุนระยะยาวยังสงบนิ่ง สุขุม ท่องคาถา “หุ้นเรา พื้นฐานดี พีอีต่ำ ปันผลสูง”

วัฏจักรตลาดหุ้น ช่วงขาลง

หลังจากที่ผ่านช่วงตลาดกระทิงแล้ว อาการของตลาดหมีก็เริ่มปรากฏ

ความคึกคักในตลาดเริ่มลดต่ำลง ดัชนีและราคาหุ้นปรับลงแล้วปรับลงอีกในแต่ละวัน นักวิเคราะห์ยังคงเชียร์ซื้อหุ้น “ราคาหุ้นปรับตัวลงมาถือเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ”

อาการของช่วงขาลงสังเกตได้ไม่ยากครับ หุ้นกลุ่มหลักทรัพย์จะร่วงลงอย่างรวดเร็ว สายโทรศัพท์ของมาร์เก็ตติ้งยังไม่ว่าง เพราะลูกค้าจะชอบโทรมาถามว่า “มีข่าวอะไรมั๊ย ทำไมหุ้นลง”, “รับที่ราคาเท่าไหร่ดี ราคามันถูกแล้วจะซื้อถัวเฉลี่ย” ฯลฯ แน๊ะ หุ้นเป็นขาลงแล้วยังจะซื้อถมเข้าไปอีก

ในช่วงนี้ปริมาณการซื้อขายในตลาดฟิวเจอร์กลับมาเพิ่มขึ้นมาก พร้อมๆกับมีการเปิดสถานะในอินเด็กซ์ฟิวเจอร์เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ส่วนระดับราคาของอินเด็กซ์ฟิวเจอร์ ทรุดลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง

มือใหม่ยังมีความหวัง จำราคาเป้าหมายได้แม่น ดังนั้น หุ้นพื้นฐานดี พีอีต่ำ ปันผลสูง ยิ่งร่วงลงมา เลยยิ่งเข้าซื้อ หวังถัวเฉลี่ยต้นทุน ….. ส่วนมือใหม่ที่ยังไม่ได้ซื้อในรอบที่รุ่งโรจน์ถึงขีดสุด บังเอิญดันไปเปิดทีวี เจอนักวิเคราะห์พูดอยู่พอดี “ราคาหุ้นปรับตัวลงมาถือเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ” ก็จะตัดสินใจเข้าซื้อตอนนี้ล่ะ พร้อมทั้งดีใจอีกต่างหากที่ได้ซื้อในราคาที่ถูกกว่าคราวที่แล้ว

เจ้าของบริษัทและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ถือหุ้นเยอะกว่าเพื่อน และยังไม่ได้ขายอีกตั้งหลายสิบล้านหุ้น เมื่อราคาเริ่มยืนไม่ได้แล้วก็ต้องเผ่นหนีตายก่อนเหมือนกันล่ะ ว่าแล้วก็โทรไปหามาร์เก็ตติ้ง “คุณ ขายออกไปก่อน 7 ล้านหุ้น” …… นี่แหละครับ หนีตายของจริง ขายให้ครบ ไม่กำหนดราคา ถึงมิน่าล่ะ บางช่วง หุ้นลงดิ่งมาอย่างเร็ว จนขายกันไม่ค่อยจะทันเลย

กองทุนไทยและกองทุนต่างชาติก็มีหุ้นเยอะมากไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะเนี่ยะ คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับสไตลล์ และ นโยบายบริหารของแต่ละกองทุนแล้วล่ะครับ ว่าจะงัดกลยุทธ์ไหนขึ้นมาใช้ บางกองทุนที่อนุรักษ์นิยมหน่อย ก็อาจจะเก็บหุ้นไว้ดูเล่น แล้วบริหารความเสี่ยงของพอร์ต ด้วยการ Long Put ใน อินเด็กซ์ออพชั่น หรือ เข้า Short ใน อินเด็กซ์ฟิวเจอร์

ส่วนกองทุนไหนที่มีสไตลล์การเล่นรุนแรงในเชิงรุก เขาอาจจะขนหุ้นในพอร์ตออกมาขายก่อนก็ได้ แล้วค่อยซื้อคืนในราคาที่ต่ำกว่ากลับคืนมาในภายหลัง โดยเฉพาะกองทุนประเภทเฮดจ์ฟันด์ด้วยแล้ว อาจจะเพิ่มความกร้าวด้วยการทำธุรกรรม Short Sell โดยยืมหุ้นจากโบรกเกอร์มาขายซ้ำ พร้อมๆกับ Short ในอินเด็กซ์ฟิวเจอร์ เพิ่มเข้าไปอีก เพื่อทำกำไรในช่วงตลาดขาลงอย่างเป็นกอบเป็นกำ

นักเก็งกำไรก็ไม่รีรอเช่นกัน ในเมื่อตลาดเป็นขาลงแน่ๆ จะรอซื้อหุ้นทำไมให้ป่วยการ ว่าแล้วก็เปิด Short ในอินเด็กซ์ฟิวเจอร์อย่างเร่งรีบ ช่วงนี้ปริมาณการซื้อขายในตลาดฟิวเจอร์ และ การเปิดสถานะใหม่ในอินเด็กซ์ฟิวเจอร์จึงเพิ่มขึ้นมากอย่างชัดเจน

นักลงทุนระยะยาวยังคงสงบนิ่งครับ รอจังหวะซื้อของดีที่ใครต่อใครมาขายลดราคาให้

วัฏจักรตลาดหุ้น ช่วงผีหลอก

หลังจากที่ตลาดร่วงรุนแรง ใครๆก็ทราบดีแล้วว่าหุ้นเป็นขาลง นักวิเคราะห์ก็จะออกมาแนะนำขาย “หุ้นตัวนี้ มันไม่ดี อย่างงี้อย่างงั้น เราแนะนำขาย“

หลังจากนั้นมาตลาดหุ้นก็ไปไม่รอด เพราะคนที่ซื้อไว้ตลอดทาง เริ่มรับรู้แล้วว่านี่เป็นขาลง ประกอบกับนักวิเคราะห์ลดราคาเป้าหมายลงมามากด้วย จนไม่มีใครกล้าถือหุ้นแล้วล่ะ ดังนั้นถ้าตลาดเด้งสลับขึ้นมาเมื่อไหร่ เป็นอันต้องเจอแรงขายใส่ทุกทีไป

ตอนนี้ถึงราคาหุ้นจะทรุดลงต่ำ จนเตี้ยติดดินก็ไม่มีใครกล้าซื้อแล้วครับ ส่วนคนจะขายก็ทำใจขายไม่ได้แล้ว เพราะมันลงมาลึกจนกว่าจะทำใจขายได้ ช่วงนี้ตลาดจึงวังเวง ความเงียบเหงาก็เข้ามาเยือน มีเสียงหมีนอนกรนให้ได้ยินเป็นระยะๆ ผู้คนในห้องค้าหดหาย ปริมาณการซื้อขายบางเฉียบ หุ้นกลุ่มหลักทรัพย์ตายเรียบ มาร์เก็ตติ้งนั่งหาวบ้าง นั่งหลับบ้าง ลากิจ ลาป่วยบ้าง ตามแต่จะอ้าง ตลาดช่วงนี้สังเกตได้ง่ายใหญ่ ถ้าท่านโทรไปหามาร์เก็ตติ้งของท่านทีไรก็โทรติดง่ายแสนง่าย แถมได้คุยด้วยนานๆทุกทีไป ก็แสดงว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงผีหลอกแล้วล่ะครับ

ในช่วงนี้ปริมาณการซื้อขายในตลาดฟิวเจอร์หดหาย สถานะในอินเด็กซ์ฟิวเจอร์ก็ลดลงอย่างมากมาย ส่วนระดับราคาของอินเด็กซ์ฟิวเจอร์ก็เริ่มนิ่งๆแล้วเช่นกัน

มือใหม่เริ่มหมดหวัง แถมเงินก็หมดแล้วอีกต่างหาก เพราะทยอยซื้อถัวเฉลี่ยต้นทุนมาตลอดทาง ตอนนี้ราคาหุ้นถูกกว่าเก่าตั้งเยอะด้วย แต่ไม่มีเงินซื้อแล้วล่ะ ถึงมีเงินซื้อ ก็ไม่อยากจะซื้อแล้ว พร้อมกับนั่งเฝ้าหน้าจอรอวันเวลา ให้หุ้นในพอร์ตตนกลับขึ้นมาถึงต้นทุนซักที

เจ้าของบริษัทและผู้ถือหุ้นใหญ่เห็นว่าแรงขายเริ่มหมดราคาหุ้นเริ่มนิ่ง ต่างก็เข้ามาตั้งรับ ทยอยซื้อคืนหุ้นของตนที่ขายทิ้งลงมาก่อนหน้านั้น

กองทุนไทยและกองทุนต่างชาติ เริ่มทยอยปิดสถานะในอินเด็กซ์ฟิวเจอร์ กองทุนไหนที่เคยขายหุ้นลงมาก่อนหน้านั้น ก็ใช้จังหวะนี้เข้าทยอยซื้อหุ้นคืน ส่วนกองทุนที่ไปยืมหุ้นของโบรกเกอร์มาขาย ก็เริ่มซื้อคืนหุ้นไปส่งมอบคืนเจ้าของ

นักเก็งกำไรก็ใช้โอกาสนี้ เข้าปิดสถานะในอินเด็กซ์ฟิวเจอร์เช่นกัน

นักลงทุนระยะยาวเริ่มเล็งเห็นแล้วครับ ว่าขณะนี้หุ้นในดวงใจของตน ราคาลงมาต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็นเกินเหตุแล้ว เขาจึงใช้โอกาสนี้แหละครับ กวาดซื้อหุ้นพื้นฐานดี พีอีต่ำ ปันผลสูง ราวกับเป็นช่วงโปรโมชั่น ลดกระหน่ำวังเวงแกรนด์เซลล์

วัฏจักรตลาดหุ้น ช่วงสะสม

อาการของตลาดในช่วงสะสมครั้งใหม่จะเกิดขึ้นในเวลาต่อมา หลังจากที่เจ้าของบริษัทและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ รวมทั้งบรรดากองทุน และ นักลงทุนระยะยาว เริ่มเข้าเก็บหุ้นกัน หลังจากที่เห็นแล้วว่า ณ ราคานี้ ไม่มีใครอยากขายแล้ว ณ ตรงนี้แรงขายหมดแล้ว

เมื่อราคาและดัชนีหยุดไหลลงได้ ก็ถึงคราวที่มูลค่ากิจการ และมูลค่าสินทรัพย์ที่ต่ำเตี้ยติดดิน ควรจะฟื้นคืนสู่มูลค่าที่แท้จริงของมันได้แล้วใช่ไหมครับ

ในช่วงนี้ความมั่นใจยังไม่มากนัก ราคาหุ้นและดัชนีจะเริ่มปรับขึ้นทีละเล็กละน้อยแบบค่อยเป็นค่อยไป

ในตลาดฟิวเจอร์ก็ยังคงเงียบอยู่ มีปริมาณการเทรดและการเปิดสถานะใหม่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ระดับราคาของอินเด็กซ์ฟิวเจอร์ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ส่วนมือใหม่ เลิกดูหุ้น เลิกตามตลาดไปตั้งนานแล้วครับ หวังว่ามาถึงทุนอีกที จะขายให้เกลี้ยงเลย เลิกๆๆจริงๆด้วย

เจ้าของบริษัทและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เร่งทยอยซื้อคืนหุ้นของตนต่อเนื่อง มีการเคาะขวาซื้อหุ้นทีละช่อง 2 ช่องให้เห็นบ้างเป็นครั้งคราว เพราะเท่าที่เก็บหุ้นของตนคืนในช่วงที่ผ่านมา ยังเก็บคืนได้น้อยมากเมื่อเทียบกับที่ตนขายลงมาในช่วงก่อนหน้านี้

กองทุนไทยและกองทุนต่างชาติ เร่งทยอยซื้อหุ้นต่อเนื่องเหมือนกัน มีการเคาะขวาซื้อหุ้นทีละช่อง 2 ช่องให้เห็นบ้างเป็นครั้งคราว เพราะเท่าที่สะสมหุ้นในช่วงที่ผ่านมา ยังสะสมได้น้อยมาก

นักเก็งกำไรส่วนใหญ่ ยังไม่ค่อยทำอะไรเป็นพิเศษในช่วงนี้ครับ

นักลงทุนระยะยาวยังคงตั้งหน้าตั้งตากวาดซื้อหุ้นพื้นฐานดี พีอีต่ำ ปันผลสูง ต่อเนื่อง ตราบใดที่ราคาหุ้นยังต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็นอยู่มาก

วัฏจักรตลาดหุ้น ช่วงขาขึ้น

ตลาดในช่วงขาขึ้นเป็นการฟื้นตัวต่อเนื่องของตลาด หลังจากที่เจ้าของบริษัท ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และบรรดากองทุน เร่งรีบซื้อหุ้นให้ครบตามที่ตั้งใจ

เมื่อต่างคนต่างซื้อ และ ต่างคนต่างก็อยากได้ของถูก อาการของตลาดในช่วงนี้ที่แสดงให้เราเห็น จึงเป็นภาพของการแย่งกันซื้อ ไม่งั้นเดี๋ยวจะได้ของไม่ครบ หรือหากจะซื้อมาให้ได้ครบก็กลัวจะได้ราคาที่สูงขึ้นเรื่อยๆ หากมัวแต่รีรอ

ช่วงนี้ทั้งตลาดหุ้นและตัวหุ้น เริ่มกลับตัวให้เห็นเด่นชัด ปริมาณการซื้อขายเข้ามามาก ดัชนีขยับขึ้นค่อนข้างเร็ว ราคาหุ้นวิ่งแรงขึ้น กลุ่มหลักทรัพย์เริ่มฟื้นนิดๆ

ตลาดฟิวเจอร์ก็ไม่แพ้กัน ปริมาณการซื้อขายในตลาดฟิวเจอร์ และ การเปิดสถานะใหม่ในอินเด็กซ์ฟิวเจอร์ก็เริ่มเพิ่มขึ้นมาก โดยระดับราคาของอินเด็กซ์ฟิวเจอร์ ก็วิ่งขึ้นนำ เสมือนเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าภาวะกระทิงกำลังจะกลับเข้ามาแล้ว

มือใหม่ส่วนหนึ่ง ไม่มีนโยบายเติมเงิน นั่งรอจุดคุ้มทุนอย่างเดียว

มือใหม่อีกส่วนหนึ่ง เงินหมดซะแล้ว เพราะซื้อของถูกถัวเฉลี่ยต้นทุนมาตลอดทาง แต่ก็ยังเจอถูกกว่า แบบไม่รู้จบ

ส่วนมือใหม่อีกกลุ่มหนึ่ง มีเงินนะ แต่ “เดี๋ยวรอให้มันราคาลงมาอีกรอบก่อน แล้วจะซื้อ” ….. หลังจากรอไปสักระยะนึง เห็นหุ้นวิ่งขึ้นไปไกล ไม่กลับลงมาให้ซื้ออีก ก็ปลอบตัวเองไปพลางๆ “เอ มันจะขึ้นจริงๆหรือ ใจเย็นๆน่า เดี๋ยวมันก็คงกลับลงมาให้เราซื้อ” …… หลังจากรอไปอีกสักระยะหนึ่ง เห็นหุ้นวิ่งไปไกลมากๆแล้ว เลยเปลี่ยนความคิดใหม่ “ไม่ซื้อแล้ว มันขึ้นไปมากแล้ว”

ในระหว่างที่มือใหม่คิดแบบนี้ เราไปดูกันครับว่า เจ้าของบริษัท ผู้ถือหุ้นใหญ่ กองทุน และนักเก็งกำไร เขาคิดกันยังไง ทำไมกลุ่มหนึ่งชนะตลอด และทำไมอีกกลุ่มหนึ่งถึงเป็นผู้แพ้ตลอดกาล

เจ้าของบริษัท ผู้ถือหุ้นใหญ่ กองทุนไทยและกองทุนต่างชาติ เร่งรีบซื้อหน้าตั้งซิครับ เพราะนี่เป็นขาขึ้นเห็นๆ ต่างพากันแย่งซื้อก่อนที่ราคาจะปรับตัวขึ้นไปมาก ในระหว่างนี้ เราจะเห็นการไล่เคาะซื้อทีละ 3 ช่อง 4 ช่องราคา เพื่อให้ได้หุ้นมาก่อนที่ราคาจะวิ่งไปไกลกว่านี้

นักเก็งกำไรก็ไม่น้อยหน้า ในเมื่อเป็นขาขึ้นแจ่มใส ทำไมจะไม่แย่งเขาซื้อด้วยล่ะครับ ทั้งซื้อหุ้นทั้งเปิดสถานะ Long ในอินเด็กซ์ฟิวเจอร์อย่างเร่งรีบ ทำให้ปริมาณการซื้อขายในตลาดฟิวเจอร์ และ การเปิดสถานะใหม่ในอินเด็กซ์ฟิวเจอร์กลับมาคึกคักผิดหูผิดตา

ส่วนนักลงทุนระยะยาว เริ่มเข้าสู่ช่วงเสวยสุข เพราะหุ้นที่ตนซื้อลงทุนไว้เริ่มเติบโตเดินหน้า เข้าหามูลค่าที่ควรจะเป็น

วัฏจักรตลาดหุ้น ช่วงรุ่งโรจน์ถึงขีดสุด

เมื่อทุกคนประจักษ์ชัดว่าเป็นขาขึ้น ความคึกคักก็กลับมาเยือนตลาดอีกหน ทั้งดัชนีตลาดทั้งหุ้นรายตัวต่างก็ทำจุดสูงสุดใหม่กันถ้วนหน้า โดยมีปริมาณการซื้อขายคับคั่งการันตีการขึ้น ระดับราคาตามสัญญาฟิวเจอร์ก็ไม่น้อยหน้า กระดี้กระด้าเฮฮาพร้อมปริมาณการเทรดที่ทะลักเข้ามามหาศาล

นักวิเคราะห์โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ กลับมาเชียร์ซื้อหุ้น พร้อมโม้ซะหน่อย “เราแนะนำซื้อมาอย่างต่อเนื่อง หุ้นปรับตัวขึ้นตามคาด ให้ราคาเป้าหมายเท่าโน้นเท่านี้”

คนกลุ่มอื่นจะเป็นยังไงก็ช่างเขาเถอะ ห่วงแต่มือใหม่นี่สิครับ ที่เข้าสู่วัฎจักรเดิมๆอีก

ตอนเขาสะสมกัน มือใหม่ก็ไม่มั่นใจ ตอนตลาดฟื้นตัว มือใหม่ก็รอซื้อถูก ตอนตลาดกระทิง มือใหม่ก็บ่นว่ามันขึ้นมามากแล้ว แต่พอตลาดคึกคักสุดขีด นักวิเคราะห์ปรับราคาเป้าหมายขึ้น มือใหม่ก็กลัวตกรถ ในที่สุดซวยซ้ำซวยซากอีกตามเคย มาซื้อเป็นคนสุดท้ายของตลาดเรื่อยเชียว

ในตอนท้ายของปลายตลาดขาขึ้นก็จะยังคงเป็นภาพเดิมๆ แหละครับ บ่งบอกถึงอาการส่งสัญญาณหมดรอบ

ดังนั้นถ้าท่านเห็นหุ้นกลุ่มหลักทรัพย์คึกคักต่อเนื่อง เห็นสายโทรศัพท์ของมาร์เก็ตติ้งไม่ค่อยว่าง เห็นมือใหม่หน้าใหม่มาเปิดบัญชี เห็นผู้คนกลับเข้ามาคึกคักยิ้มแย้มเต็มห้องค้า เห็นนักวิเคราะห์มาปรับเป้าหมายดัชนีตลาด ท่านคงรู้แล้วนะครับ ว่าช่วงนั้นท่านต้องพร้อมจะขายทำกำไรทุกเมื่อแล้วล่ะ


INFO: ThaiDayTrade


ถอดรหัสตลาดหุ้น #1 ทำเป็นเก่ง เจ๊งสถานเดียว
ถอดรหัสตลาดหุ้น #2 Limit Loss ไม่เป็น เงินเย็นหายเ...
ถอดรหัสตลาดหุ้น #3 ยิ่งถูกยิ่งซื้อ ยิ่งซื้อยิ่งลง
ถอดรหัสตลาดหุ้น #4 ยิ่งไม่กล้าเสี่ยง กลับยิ่งเสี่ยง
ถอดรหัสตลาดหุ้น #5 วิ่งไปตามแนวโน้ม
ถอดรหัสตลาดหุ้น #6 รู้เขารู้เรา
ถอดรหัสตลาดหุ้น #7 เกาะไปกับ Fund Flow
ถอดรหัสตลาดหุ้น #8 ขายหมูดีกว่าขายหมา น้ำลายหกดีกว่าน้ำตาตก
ถอดรหัสตลาดหุ้น #9 ย้อนรอย วัฏจักรตลาดหุ้น
ถอดรหัสตลาดหุ้น #10 กลวิธี ขึ้นขายก่อน อ่อนซื้อกลับ
ถอดรหัสตลาดหุ้น #11 กลวิธี สวนควันปืน เล่นฝืนมวลชน
ถอดรหัสตลาดหุ้น #12 กลวิธี สงครามกองโจร
ถอดรหัสตลาดหุ้น #13 กลลวง ข่าวลือ
ถอดรหัสตลาดหุ้น #14 กลโกงปั่นหุ้น
ถอดรหัสตลาดหุ้น #15 รวยเรื้อรัง หันหลังให้คำว่าเจ๊ง
ถอดรหัสตลาดหุ้น #16 วาทะรับน้อง