------------------------------------------ ------------------------------------------------------------ trader

วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2557

BLAND - BT 1.54 - ซื้อ ถึงเวลา Unlock Asset Value

ถึงเวลา Unlock Asset Value

คำชี้แจงที่สำคัญ : บล. เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีธุรกิจกับบริษัทในเครือหรือบริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ บมจ. บางกอกแลนด์ (BLAND)

ประเด็นการลงทุน : เรายังคงชอบ BLAND ทั้งในส่วนของธุรกิจหลักที่มีความผันผวนต่ำ ขณะที่แผนการจัดตั้ง REIT ใกล้สำเร็จซึ่งเป็นกุญแจปลดล๊อคให้ BLAND มีเงินทุนเพื่อนำสินทรัพย์ที่ Under Value มาพัฒนาและต่อยอดการเติบโตและสร้างผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 2.80 บาท/หุ้น

คาดกอง REIT จะจัดตั้งในเดือน ก.พ. : เราคาดว่าจะเห็นการออกกองทรัสต์หรือ Real Estate Investment Trust (REIT) ของ BLAND โดยใช้สินทรัพย์จาก IMPACT ในช่วงเดือน ก.พ. หลังจากล่าช้ามาประมาณ 3 เดือน โดยกองทุนจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 20,000 ล้านบาทและ BLAND ยังคงนโยบายการกลับเข้าไปถือ 50% ของหน่วยทั้งหมด คาดบริษัทจะได้รับเงินทุนหมุนเวียนเข้ามากว่า 8,000 ล้านบาทและมีกำไรพิเศษสุทธิประมาณ 3,000 ล้านบาทและ BLAND จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ไปขยายโครงการอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะการนำสินทรัพย์ที่มีอยู่ซึ่งยัง Under Value ให้มี Value เพิ่มขึ้นเพื่อต่อยอดผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น เราประเมินว่ากลยุทธ์นี้ BLAND เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการไม่กี่รายในประเทศไทยที่สามารถทำได้ และด้วยศักยภาพของสินทรัพย์ที่มีคาดว่าจะทำให้บริษัทเติบโตในระยะยาวได้

ธุรกิจหลักมีแรงหนุนจากคอนโดมิเนียมและอาจมีกำไรพิเศษ : ใน 4Q56 (ต.ค. – ธ.ค.) คาดธุรกิจหลักของ BLAND จะได้แรงหนุนจากการเข้าใช้พื้นที่ศูนย์ประชุมที่ไม่มีการยกเลิกและบางช่วงเวลามีการใช้พื้นที่มากกว่าปกติเล็กน้อยเนื่องจากผู้ประกอบการหลีกเลี่ยงเส้นทางในเขต CBD และ BLAND จะบันทึกรายได้จากคอนโดมิเนียม Double Lake Ph.1 100 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 230 ล้านบาทคาดจะบันทึกใน ม.ค. – มี.ค. นี้ นอกจากนี้ BLAND มีรายการพิเศษ 2 รายการที่รอกลับรายการคือศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษายกฟ้องในคดีทีหน่วยราชการฟ้องบริษัทย่อยซึ่งมีการตั้งสำรองไว้ประมาณ 500 ล้านบาท และคดีหมดอายุความของหุ้นกู้สกุลเงินต่างประเทศมูลค่าประมาณ 3,800 ล้านบาท โดยการกลับรายการจะทำให้เกิดกำไรพิเศษทางบัญชี หากแต่เรายังไม่สามารถประเมินเวลาที่แน่นอนในการกลับรายการดังกล่าวได้

กำไรปี2556/2557 ได้แรงหนุนจาก REIT : เราคงประมาณการกำไรสุทธิของ BLAND ในปี 2556/2557 ที่เท่ากับ 4,141 ล้านบาท (+77% YoY) โดยได้แรงหนุนจากกำไรพิเศษของ REIT ประมาณ 2,800 -3,000 ล้านบาท โดยเรายังไม่ได้รวมโครงการคอนโดมิเนียมทั้ง The Star และมักกะสันไว้ในประมาณการ

ความเสี่ยง : การบริหารต้นทุนและการขายโครงการขนาดใหญ่อาจเกิดความล่าช้ากว่าแผน

คงคำแนะนำที่ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 2.80 บาท/หุ้น : จากสมมติฐานการประเมินมูลค่าที่เหมาะสมด้วยวิธี P/BV เนื่องจาก BLAND มีสินทรัพย์ที่โดดเด่นและสินทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์ที่ยังต่ำกว่ามูลค่าจริงโดย BLAND อยู่ในช่วงเริ่มต้นของการนำสินทรัพย์มาพัฒนาและเพิ่มผลตอบแทน เราให้ระดับราคาเป้าหมาย P/BV เท่ากับ 1.6 เท่า ราคาเป้าหมายเท่ากับ 2.80 บาท/หุ้น  เป็นหุ้น Defensive ที่มีปัจจัยบวกทั้งระยะสั้นและยาว

INFO : maybank-ke.co.th

วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ต่างชาติลดการลงทุนในไทยต่อเนื่อง 77% ของเม็ดเงินที่เข้ามาตั้งแต่ปี 2552-2555

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ต่างชาติลดการลงทุนในไทยต่อเนื่อง โดยวานนี้ต่างชาติขายหนัก ถึง 9.3 พันล้านบาท (เป็น big lot เพียง 1.7 พันล้านบาท) ทำให้ยอดขายสะสมสุทธิในปีนี้สูงถึง 147,014 ล้านบาท คิดเป็น 77% ของเม็ดเงินที่เข้ามาตั้งแต่ปี 2552-2555

แม้ว่าการลดน้ำหนักการลงทุนในไทยจะมีต่อเนื่อง เชื่อว่าแรงขายของต่างชาติน่าจะลดลงในเดือนหน้าซึ่งเป็นช่วงเทศกาลหยุดยาว สถานการณ์ปัจจุบันกดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อ


INFO: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2556

สุวิจักขณ์ ศรีอาริย์ รวยด้วยจิตหยั่งรู้



อายุน้อยมีเงินร้อยล้าน ไม่ใช่เรื่องเหลือเชื่อสำหรับคนเดินดิน เขาพร้อมไขรหัสรวย ด้วยแรงขับด้านบวก ปรับลดอคติเชิงลบ ตบท้ายด้วยความพอดี


อายุน้อยมีเงินร้อยล้าน ไม่ใช่เรื่องเหลือเชื่อสำหรับคนเดินดิน พิสูจน์ความจริงนี้กับ สุวิจักขณ์ ศรีอาริย์ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผู้พลิกชีวิตจากลูกกรรมกรสู่นักลงทุนมือพระกาฬ เขาพร้อมไขรหัสรวย ด้วยแรงขับด้านบวก ปรับลดอคติเชิงลบ ตบท้ายด้วยความพอดี

คนไม่มีสมบัติพัสถาน หรือตกที่นั่งทายาทรับมรดกพันล้าน อาจไม่กล้าแม้แต่จะ "ฝัน" ว่า "ฉันจะมีเงินล้านให้ได้" ในทางตรงกันข้าม คนที่ "กล้า" บอกกับตัวเองว่า "ฉันจะรวย" กลับเดินผ่าขวางหนามมุ่งสู่เส้นทางเศรษฐีได้

ขอเพียงแค่ใช้ "ทัศนคติเชิงบวก" และ "พลังขับเคลื่อน" เอาชนะ “ความคิดลบ” ก็สามารถฉุดให้คนมีฝันทั้งหลาย "ลุกขึ้น" มาจุดประกายความคิด พิชิตกำแพงความกลัว

ในแวดวงนักลงทุนและกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คงรู้จัก เกม-สุวิจักขณ์ ศรีอาริย์ เป็นอย่างดี อาจเพราะใบหน้าอันคมคายหล่อเหลา บุคลิกที่อ่อนน้อมถ่อมตน รวมทั้งกลวิธีสร้างฐานะตัวเอง เปลี่ยนจากศูนย์ขึ้นมาเป็นร้อยล้านในเวลาไม่กี่ปี ก็ทำให้เขาเป็นที่สนใจในวงสังคมได้ไม่น้อย

ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท แอสซิสเฮ้าส์ จำกัด ศูนย์รับสร้างบ้านมาตรฐานงานก่อสร้าง และวางแผนจะเป็นนักลงทุนด้านอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในอนาคตอันใกล้นี้

หลายคน (ธรรมดา) อยากรู้ว่าหากต้องการจะประสบความสำเร็จด้วยวัยเพียง 36 ปีอย่างเขา จะต้องทำอย่างไร

ล้มแล้วลุก ปลุกพลังความเชื่อ

เกม เผยว่าน้อยคนนักที่จะมีชีวิตโรยด้วยกลีบกุหลาบ ซึ่งเขาไม่ใช่คนกลุ่มนั้นอย่างแน่นอน ย้อนกลับไปสมัยยังเดินเตะฝุ่น หลังจากสำเร็จการศึกษาสาขาครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีปทุมวัน ก็ต้องเผชิญกับคำว่า ตกงาน เป็นของแถมใบปริญญา

นั่นเป็นเหตุผลให้เขาต้องใช้ "หน้าตา" หากิน ลองแวะเวียนเข้ามาอยู่ในวงการบันเทิงสักพักหนึ่ง ก็รู้ตัวเองว่า ไม่โอเคสักเท่าไร จึงอยากกลับไปพักใจที่บ้านเกิด นครสวรรค์ แล้วค้นพบว่าตนน่าจะเป็นพนักงานขายรถยนต์ได้ดี

ในขณะทำงานงกๆ ตัวเป็นเกลียว หัวเป็นน็อต แต่ในมือนั้นกลับมีหนังสือเปลี่ยนชีวิตอยู่เล่มหนึ่ง ชื่อ พ่อรวยสอนลูก ในสมองของเขาตอนนั้นคิดเพียงว่า "อยากเป็นผู้ประกอบการ ไม่ใช่ลูกจ้างแบบนี้"

เขามุ่งมั่นอ่านหนังสือ อ่านทุกอย่างทุกเรื่องที่อยากรู้ แล้วก็พยายามศึกษาความรู้จากแผนกต่างๆ นอกเหนือจากที่ตัวเองรับผิดชอบ มันค่อยๆ สั่งสมให้หนุ่มคนนี้มั่นใจว่ามีความรู้มากพอที่จะออกไปเป็นนายตัวเองได้แล้ว

และเขาก็ลงมือทำฝันนั้นให้เป็นจริง ธุรกิจแรกของชีวิตสุวิจักขณ์ ศรีอาริย์ ก็คือนักธุรกิจสิ่งพิมพ์ในชื่อ "รถและบ้าน" จำหน่ายทางภาคกลางตอนบน ด้วยความคิดที่ว่าน่าจะเป็นไปได้ ตามอำนาจความรู้ของตนที่มีอยู่แค่นั้น ทั้งเชื่อว่าธุรกิจบริการมีต้นทุนไม่สูง ใช้แค่ความสามารถ ขยัน และยอมเหนื่อยสักหน่อยเท่านั้นเอง

แต่แล้วเขาก็ต้อง "ล้ม" เป็นครั้งแรกเช่นกัน เมื่อเจอตอขนาดยักษ์ อย่างปัญหาเครดิตของลูกค้า ระยะเวลาชำระค่าสินค้ากลุ่มรถยนต์และบ้านใช้เวลานาน ทำให้ต้องยืดจ่ายค่าโฆษณาในหนังสือของเขา ส่งผลให้หมุนเงินไม่ทัน

ในเมื่อเกม ยังไม่โอเว่อร์ ทางตันยังไม่เปิดตาย... สุวิจักขณ์ จึงเลือกลงทุนในธุรกิจเดิม แต่เปลี่ยนกลุ่มเป้าหมาย เล็งนักแต่งรถเป็นลูกค้าใหม่ ผลิตหนังสือ "รถแต่ง" โดยนำเสนอเทคนิคการแต่งรถ เป็นจุดขายที่แตกต่างจากหนังสือเล่มอื่นๆ กว่า 4-5 เล่มในตลาด

ครั้นพอเข้าถูกจุด รายได้มหาศาลก็ทยอยเข้ามาเรื่อยๆ พร้อมโอกาสใหม่ๆ ที่เดินมาเคาะประตู นักธุรกิจหนังสือคนนี้ปรารถนาจะลงทุนในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อต่อยอดตัวเลขในบัญชีเงินฝากให้มากขึ้น เขาตัดสินใจซื้อที่ดินแห่งหนึ่งแล้วสร้างอาคารพาณิชย์ออกขายได้ในเวลาอันรวดเร็ว ครั้งนั้นได้กำไรถึง 4 แสนบาท ทำให้สุวิจักขณ์มีพลังที่จะเปลี่ยนชีวิตให้สูงขึ้นๆ อีก

พลังลบ ปะทะ แรงบวก

แต่แล้วจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของเกมก็เกิดขึ้น เมื่อทุ่มเงินมากก็เจ็บมากเป็นธรรมดา บอกแล้วว่ากุหลาบไม่ได้มีจำนวนมากพอที่จะโรยได้เรื่อยๆ หรอกนะ ครั้งนั้นเจ้าหนี้ร้านวัสดุก่อสร้างตามทวงเงิน พนักงานก็เรียกร้องต้องการเงินเดือน เขาทำได้เพียงเขียนเช็คล่วงหน้าจ่ายเงินเดือนให้กับทุกคน สัญญาว่ามีเงินเมื่อไร เขาจะรีบนำไปเข้าธนาคารให้ทันที

เขาว่าช่วงนั้นเองที่ทำให้รู้จักกับพลังอำนาจ "หลุมดำแห่งชีวิต" จิตใจที่อ่อนหัดถูกเจ้ามารร้าย หรือพลังงานความรู้สึกลบเข้าครอบงำจิตใจ พอจิตมันติดลบ มันก็จะเริ่มดึงดูดสิ่งชั่วร้ายต่างๆเข้ามา

กู้ยืมจากญาติพี่น้องไม่ได้ ในขณะเดียวกันพ่อของเขา ซึ่งเกมเคยขอร้องให้พ่อลาออกจากงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) แล้วมาดูแลกิจการร้านเกมส์คอมพิวเตอร์แทน แต่เมื่อกิจการไปไม่รอดเพราะคู่แข่งตัดราคากัน พ่อก็เดินทางมาขออยู่กับเขา แล้วพ่อก็ตัดสินใจลาจากไป เพราะเห็นว่าลูกชายคนนี้ก็แย่ไม่แพ้กัน จึงไม่อยากเป็นภาระ แต่การจากกันครั้งนั้นไม่อาจทำให้เขากลับมาพบกันอีกได้ เพราะมันคือจากลาชั่วนิรันดร์

ความบอบช้ำของจิตผลักดันให้เขาเริ่มมองหา "ธรรมะ" และเริ่มศึกษาข้อมูลด้านจิตมากขึ้น เพื่อค้นหาความสำเร็จอีกครั้ง เขาตกผลึกได้ว่า แท้จริงแล้วคนเรามุ่งค้นหาความจริงกันทั้งนั้น พระพุทธเจ้าทรงค้นพบความจริงทางจิตวิญญาณ ไอสไตล์ก็ค้นพบจริงทางวิทยาศาสตร์ ความจริงเหมือนกันแต่คนละทาง

เขาตระหนักดีแล้วว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับชีวิตคนเรานั้น ถูกสั่งการจากสมองและจิตมากกว่า 60% ในขณะที่ร่ำเรียนกันมาทั้งชีวิตนั้นกลับมีอิทธิพลต่อเราเพียง 40% เท่านั้นเอง“เรามีความรู้มาก ทำให้เราถูกควบคุมด้วยสิ่งที่เรารู้มาหรือจากประสบการณ์ของคนอื่น จริงๆ แล้ว เมื่อก่อนผมชอบคำว่า การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด เพราะเชื่อว่าความสำเร็จทางโลกต่างๆ ต้องอาศัยประโยคนี้เพื่อสร้างความสำเร็จ แต่เพราะคำๆ นี้เองที่ทำให้มนุษย์เราไม่สามารถเข้าถึงปัญญาขั้นที่สูงขึ้นได้ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเปลี่ยนจากการใช้ Know-how มาเป็นการคอนโทรลจิตของตัวเอง”

เกม เล่าต่อว่า อุปสรรคที่ซ้ำเติมชีวิต ล้วนเกิดขึ้นกับคนที่มีพลังงานลบ ติดกรอบความรู้และอำนาจเดิมของตัวเอง ไม่หลุดพ้นจากความคิดฝังใจ แพ้ใจตัวเอง และไม่ผ่านหัวใจตัวเอง จนชีวิตไม่ไปไหน หลายคนศึกษาและเรียนรู้มาอย่างดี มีข้อมูลความรู้เพียบ แต่พอลงมือทำ กลับไม่ประสบความสำเร็จ เพราะมัวแต่สนใจในตัวเงิน แต่ไม่สนใจพลังงานที่ขับเคลื่อนมัน

ดังนั้นเราต้องมาทำความเข้าใจเรื่องพลังงานหรือระบบของมันเสียก่อนว่า จิตของเราคือคือพลังงานที่มีค่า ลบ กลาง บวก หากเราสะสมพลังงานใด เราจะเอนเอียงและซึมซับพลังงานด้านนั้นโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวทีเดียว
พลังงานจะแทรกซึมเข้าสู่ทุกอย่าง แล้วกระทบกันไปเป็นทอดๆ จนกลับมาที่ตัวเราในที่สุด และคุณสมบัติของจิตที่มีพลังนั้นจะต้องถูกสั่งสมมาเป็นเวลานาน จนกลายเป็นสภาวะจิตหยั่งรู้

แต่หากเรายังไม่สามารถอยู่ในแนวทางบวก หรือกลางๆ ด้วยการฝึกจิตและสมาธิ อยู่กับลมหายใจหรือปล่อยวางได้ทั้งหมดจนเข้าใจทุกอย่าง เกิดเป็นสภาวธรรมแล้ว จิตของเราจะยังคงสลับพลังงานบวกและลบอยู่ตลอดเวลา ทำให้เราเหมือนจะก้าวไปข้างหน้าแล้วก็ต้องถอยกลับอยู่อย่างนี้ คล้ายกับการทิ้งสมอเรือชีวิตนั่นเอง

หลายคนบอกว่า สมอเรือนั้นเปรียบเหมือนกรรมเก่า สุวิจักขณ์ บอกว่า กรรมก็เป็นพลังงานชนิดหนึ่ง แต่อย่าลืมว่ากรรมเก่าส่งผลแค่ในปัจจุบันเท่านั้น ในเมื่อจิตมันฝึกกันได้ เราก็สามารถกำหนดชีวิตต่อไปของเราได้ โดยไม่ให้กรรมเก่านั้นส่งผลต่อไปยังอนาคต

ดังนั้นเมื่อมั่นใจว่าจิตของเราสามารถกำหนดทิศทางและความเป็นไปในชีวิต ทั้งมันยังถูกฝึกให้เปลี่ยนแปลงได้ ก็ถึงเวลาต้องให้จิตสอนตัวมันเอง โดยการเพิ่มพลังงานบวกของตัวเอง อัพพลังตัวเองขึ้นมาให้ได้ และพยายามเสพพลังงานบวกอยู่เสมอ ถ้าอยากประสบความสำเร็จในชีวิต อย่าลงมาที่พลังงานลบเด็ดขาด

แล้วจะสร้างพลังงานบวกอย่างไร เป็นคำถามที่คนอยากรวยอยากรู้ สุวิจักขณ์บอกว่ามันง่ายดาย โดยอ้างอิงทางพุทธศาสนาจะแบ่งกลุ่มจิตไว้ 3 ประเภท ซึ่งฝ่ายดี (บวก) นั้น มีลักษณะของความเกรงกลัวต่อบาป ความละอายต่อบาป ความมีสติ ความมีศรัทธา ความมีเมตตา ความยินดี และอารมณ์ที่จะทำให้เกิดปัญญา โดยที่ไม่หลอกตัวเอง เพราะถ้าภายในจิตและสมองของเราไม่รู้สึกอย่างนั้น พลังงานบวกก็จะไม่เกิดจริง

“ที่เราต้องคงอารมณ์และพลังทางบวกไว้นั้น เพราะโดยปกติคนเราจะอยู่ที่บวกไม่ถึง 50%และจะคอยดิ่งไปที่ลบอยู่บ่อยๆ กว่า 80% บางคนอาจต้องกลับไปแก้ที่พลังงานลบที่ฝังอยู่ลึกๆ ก่อนด้วยการไม่ตอกย้ำ แต่ผมขอแนะนำให้ลองใช้ชีวิตที่แตกต่างไปจากเดิมเพื่อกระโดดออกมาจากหลุมดำนั้น พอขึ้นมาได้แล้วให้รีบเข้าสู่ภาวะที่เป็นกลาง แล้วถีบตัวเองขึ้นไปให้กลายเป็นบวก หากเราต้องการให้ชีวิตไปในทางใดให้คิดถึงเป้าหมายที่เราตั้งใจไว้บ่อยๆ ความสำเร็จก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม”

สร้างสมดุลจิต ค้นหาความจริง

เศรษฐีน้อยร้อยล้าน แนะนำต่อว่า สำหรับผู้ที่เริ่มต้นจะทำธุรกิจ ต้องตัดคำว่าไม่กล้า การยึดติดกับกรอบ หรือพลังลบให้ได้ก่อน แล้วเพิ่มพลังงานบวกเข้าไปให้เต็มสูบ จากนั้นให้ฉีกกรอบแล้วก้าวออกมาให้ได้ หากก้าวไม่ได้หรือพลังงานบวกยังมีไม่พอ อาจเลือกอ่านหนังสือ ดูหนังแนวฮีโร่ หรือเข้าฟังสัมมนา ก็จะทำให้พลังงานบวกพุ่งปรี๊ดได้เลย เกมเผยต่ออีกว่า กุญแจความสำเร็จนั้น อยู่ที่ลงมือกระทำเดี๋ยวนี้ และมีความมานะพยายาม ไม่ย่อท้อ

ส่วนคนที่เคยมีประสบการณ์ “เจ็บแล้วจำ” มาก่อน เขาบอกว่าให้เก็บความกล้าบ้าบิ่นไว้ แต่ต้องกลับมาศึกษาข้อมูลทางธุรกิจให้ถ่องแท้เสียก่อน ซึ่งคำเตือนนี้ก็มาจากเรื่องราว “ล้มแล้วลุก” ของเขาเอง ที่เคยให้ความสำคัญผิดจุด จนกระทั่งรู้ว่าธุรกิจต้องพึ่งพาการตลาดและถามผู้บริโภค เพื่อให้รู้ความจริงของตลาด ไม่ใช่การคาดเดา หรือยึดติดกับ “ถ้วยรางวัล” เดิม

แม้หนทางที่สุวิจักขณ์บอก อาจเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ มีทฤษฎีและสถิติมาประกอบ แต่มันก็ผสมคละเคล้ากันกับหลักทางธรรมอย่างแยกไม่ออก เกมเฉลยว่าที่เราพูดคุยกันนั้นมันคือ “ธรรมชาติของความจริง”

แนวทางที่ดีที่สุดในการใช้ชีวิตของหนุ่มวัย 36 ปีคนนี้ คืออยู่กับความจริง ยึดความจริง นับถือความจริง อยู่กับปัจจุบัน การรู้ตัว เมื่อความรู้สึกอยู่ที่ไหนก็ให้กลับไปอยู่ที่จิต หากเมื่อไรเกิดพลังงานลบก็ต้องหยุดหรือทิ้งมันไปให้ได้ และฝึกจิตให้ละวาง อยู่กลางๆ ไว้

จากนั้นก็เลือกว่าจะเดินทางสายไหน ระหว่างสายกลาง หรือสายสุข ซึ่งตอนนี้เกมบอกว่า เขายังสนุกกับทางโลก จึงขอเดินตามทางแห่งความสำเร็จทางการเงินก่อน ก็จะต้องกระตุ้นตัวเองให้เกิดพลังงานบวกบ่อยๆ แต่ในอนาคตนั้น เขาวางแผนว่าทางสายกลางอย่างแท้จริงนั้น คือปลายทางชีวิตของสุวิจักขณ์ ศรีอาริย์

 

INFO: Bangkokbiznews.com