------------------------------------------ ------------------------------------------------------------ trader

วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

THCOM - BT 25.00 - ซื้อ กำไรครั้งแรกในรอบ 5 ปี ปันผลครั้งแรกในรอบ 7 ปี

กำไรครั้งแรกในรอบ 5 ปี ปันผลครั้งแรกในรอบ 7 ปี


ผลประกอบการ 4Q55: THCOM รายงานกำไรสุทธิ 4Q55 ที่ 124 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 107 ล้านบาท ใน 3Q55 และ ขาดทุน 314 ล้านบาทใน 4Q54 หากไม่รวมรายการพิเศษขาดทุนจากการดำเนินงานที่ยกเลิกของ Mfone จำนวน 508 ล้านบาท และกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจะทำให้กำไรสุทธิใน 4Q55 อยู่ที่ 600 ล้านบาท ส่งผลให้ทั้งปีกำไรสุทธิอยู่ที่ 174 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 490 ล้านบาท ในปี 2554 และเป็นการมีกำไรสุทธิครั้งแรกในรอบ 5 ปี และดีกว่าที่เราคาดว่าจะขาดทุน 19 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากธุรกิจดาวเทียมที่รายได้เติบโตขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นเป็น 38.7% จาก 31.5% ส่งผลให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้นของ THCOM เพิ่มขึ้นก้าวกระโดดจาก 24.6% ในปี 2554 เป็น 38.3% ในปี2555 สูงกว่าประมาณการของเราที่อยู่ที่ 29.2%

แนวโน้มผลประกอบการ 1Q56 และปี 2556: คาดกำไรจะเติบโตดีทั้ง QoQ และ YoY ในกรอบ 200-250 ล้านบาท เนื่องจากอัตรากำไรที่สูงขึ้น และไม่ต้องรับรู้ผลประกอบการของ Mfone ซึ่งปกติสร้างผลขาดทุนให้ THCOM ราว 130 ล้านบาท/ไตรมาส สำหรับผลประกอบการปี 2556 เราประเมินกำไรสุทธิที่ 964 ล้านบาท เติบโต 455% YoY และยังมีโอกาสในการปรับประมาณการขึ้นได้อีกโดยเดือน มี.ค. จะมีความชัดเจนเรื่องส่วนแบ่งรายได้ของการให้บริการ iPSTAR ในจีน และการใช้งานส่วนที่เหลือของ TOT หลังได้ CEO คนใหม่เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ทำให้การดำเนินงานต่างๆ กลับมาเดินหน้าต่อ นอกจากนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ารายใหม่ในอินเดียซึ่งเป็นพื้นที่ให้บริการใหญ่เป็นอันดับ2ของ iPSTAR รองจากจีน

คำแนะนำการลงทุน : ช่วง 2Q56 จะมีการยิงดาวเทียมไทยคม 6 ซึ่งคาดเริ่มสร้างรายได้ใน 4Q56 เป็นดาวเทียมที่จะมีกำไรทันทีที่เริ่มให้บริการได้เนื่องจากยอดจองปัจจุบันอยู่ที่ 36% เกินกว่าจุดคุ้มทุนที่ 30% นอกจากนี้เราประเมินว่ามีโอกาสสูงที่จะมีการปรับประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายของ THCOM ขึ้นในอนาคตหลังมีความชัดเจนในการขายช่องสัญญาณของ iPSTAR ในช่วง 2Q56 ทั้งในจีน อินเดีย และไทย อย่างไรก็ตามเรายังคงประมาณการกำไรปี 2556 และคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 29.30 บาท นอกจากนี้ THCOM ประกาศเงินปันผลปี 2555 ครั้งแรกในรอบ 7 ปี ที่ 0.40บาท/หุ้น มากกว่าคาดการณ์ของเราและตลาดที่ 0.10-0.14 บาท/หุ้นคิดเป็นผลตอบแทน 1.6% 



INFO: http://kelive.maybank-ke.co.th

EUREKA เคาะราคาไอพีโอ2.25บ. จ่อเข้าเทรด1มี.ค.นี้-ชูพื้นฐานแกร่ง

EUREKA เอาฤกษ์ดีวันวาเลนไทน์ เคาะขายไอพีโอ 2.25 บาท ได้ฤกษ์ลงสนามเทรด mai วันที่ 1 มีนาคมนี้ พร้อมแต่งตั้ง บล.ฟินันเซีย ไซรัส เป็นแกนนำจัดจำหน่ายหุ้นร่วมกับโบรกเกอร์ชั้นนำอีก 3 แห่ง ประสานเสียงที่ปรึกษาทางการเงิน การันตีด้วยศักยภาพของธุรกิจที่อนาคตสดใส ผลงานโตอย่างต่อเนื่องทุกปี มั่นใจเปิดจองหุ้นระหว่างวันที่ 18-20 กุมภาพันธ์นี้ กระแสตอบรับดีเยี่ยม ขณะที่ "นรากร ราชพลสิทธิ์" เผยนำเงินลงทุนระบบไอทีเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในการออกแบบและผลิตเครื่องจักร และใช้เป็นทุนหมุนเวียน วางเป้าปีนี้รายได้โตไม่ต่ำกว่า 30%


INFO: ทันหุ้น

วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2556

BTS - BT 7.50 - ซื้อ BTS-W2, หุ้นกู้แปลงสภาพ และแนวโน้มการ Upgrade

BTS-W2, หุ้นกู้แปลงสภาพ และแนวโน้มการ Upgrade

สถานะของ BTS-W2 กลับมาเป็น Out of the money แล้ว : จากราคาปิด BTS วานนี้ (21 ม.ค. 2556) ที่ 7.50 บาท/ หุ้น และราคาปิดของ BTS-W2 ที่ 0.59 บาท/ หุ้น เราพบว่า ปัจจุบันต้นทุนในการซื้อ BTS-W2 (อัตราส่วน 1 W : 0.16 C ราคาแปลงสภาพ 4.375 บาท/ หุ้น) เพื่อนำมาแปลงสภาพ (ครั้งถัดไปสิ้นเดือน มี.ค. 2556) จะอยู่ที่ราว 8.06 บาท/ หุ้น สูงกว่าการซื้อหุ้น BTS ในกระดานราว 7% และสูงกว่าราคาเหมาะสมของ Consensus ที่ 7.79 บาท/ หุ้น ราว 3.5% ขณะที่เมื่อคำนวณมูลค่าของ BTS-W2 ตามทฤษฎี Black-Scholes Model เราพบว่ามูลค่าตามทฤษฎีของ BTS-W2 จะอยู่ที่ 0.50 บาท/ หน่วย ดังนั้นราคาปิดของ BTS-W2 วานนี้ได้สะท้อนว่า BTS-W2 มีสูงกว่าราคาตามทฤษฎีแล้ว 15% และมีต้นทุนในการซื้อแล้วนำไปแปลงเป็นหุ้น BTS แพงกว่าการซื้อในกระดาน 7% ซึ่งเป็นไปได้ว่า นักลงทุนกำลังคาดหวังในทิศทางบวกของ BTS ที่ต่อเนื่องในอนาคต รวมถึงมีการเก็งกำไรระยะสั้นเข้ามาด้วย ดังนั้นนักลงทุนที่ลงทุนใน BTS-W2 จึงควรพิจารณาในประเด็นข้างต้นนี้ด้วย (ดูรายละเอียดตารางหน้า 2) 

แรงกดดันจากลูกหุ้นกำลังหมดแล้ว : เย็นวานนี้ BTS ได้รายงานว่ามีผู้ถือหุ้นกู้แปลงสภาพใช้สิทธิแปลงสภาพเข้ามาจำนวน 30 ล้านบาท ทำให้จะมีลูกหุ้น BTS เข้ามาซื้อขายในกระดานอีกราว 5.8 ล้านหุ้น ในวันที่ 23 มกราคมนี้ ซึ่งเรามองว่าแรงกดดันจากลูกหุ้นเหล่านี้จะมีไม่มากแล้วจากฐานจำนวนหุ้น BTS ที่ได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 11,000 ล้านหุ้น ขณะที่ยังคงเหลือหุ้นกู้ฯชุดนี้เพียงราว 500 ล้านบาท หรือแปลงเป็นหุ้น BTS อีกได้เพียง 97 ล้านหุ้นเท่านั้น ซึ่งเชื่อว่าผู้ถือหุ้นกู้ฯชุดนี้จะใช้สิทธิทั้งหมดภายในกำหนด Put option สิ้นเดือนนี้

Upside ยังมี, อยู่ระหว่างทบทวนราคาเหมาะสมใหม่ : แม้ราคาหุ้น BTS จะปรับตัวขึ้น 64% นับแต่เรานำ BTS กลับเข้าสู่ coverage ในเดือน ก.ค. 2554 และให้คำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยประเด็นของการ Turnaround ของธุรกิจที่ผลักดันมาจากมุ่งเน้นการเดินรถไฟฟ้าแทนที่ธุรกิจอสังหาฯ ซึ่งราคาหุ้นก็ได้สะท้อนเชิงบวกต่อทิศทางนี้แล้ว อย่างไรก็ดีแผนการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (BTSGIF) ที่กำลังเกิดขึ้นในไตรมาสแรกของปี กำลังจะเปิดโอกาสใหม่ให้ BTS จากการจะได้เงินทุนจำนวนที่สามารถนำไปขยายธุรกิจเดินรถไฟฟ้าในระยะยาวได้ ซึ่งความชัดเจนของการลงทุนใหม่เหล่านี้จะเพิ่ม upside ระยะยาวให้กับราคาเหมาะสมได้อีก ขณะที่ในระยะสั้นผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลพิเศษ จากเม็ดเงินที่เหลือที่เราคาดราว 1 หมื่นล้านบาท หลังการจัดตั้ง BTSGIF และรายจ่ายลงทุน คาดจะนำมาจ่ายปันผลพิเศษได้ราว 0.80-1.00 บาท/ หุ้น ให้ผลตอบแทนน่าพอใจ 10-13% ปัจจุบันเราอยู่ระหว่างศึกษาในประเด็นการลงทุนใหม่ เพื่อปรับปรุงราคาเหมาะสมขึ้นจาก Upside ดังกล่าว คำแนะนำเดิม "ซื้อ" ราคาเหมาะสม 7.57 บาท/ หุ้น อิง SOTP (หมายเหตุ BTS ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 24 ม.ค. เพื่อจ่ายปันผล 1H55/56 จำนวน 16.3 สตางค์/ หุ้น)


รายละเอียดโดยสรุป : BTS-W2 มีอายุคงเหลืออีก 293 วัน โดยจะหมดอายุในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 ซึ่ง BTS-W2 นี้มีจำนวนทั้งสิ้น 5,027 ล้านหน่วย อัตราการใช้สิทธิ 1 Warrant : 0.16 Common share และมีราคาใช้สิทธิ 4.375 บาท/ 1 หุ้น BTS

*หมายเหตุ  นักลงทุนสามารถดาว์นโหลดเพื่อดูตาราง warrant สรุปเป็นประจำทุกวันได้ที่หน้าเว๊บไซต์ http://www.kelive.maybank-ke.co.th ในหัวข้อ DOWNLOADS

 
ตารางที่ 1 : คำนวณต้นทุนในการซื้อ BTS-W2 และนำไปใช้สิทธิแปลงสภาพ




INFO: http://kelive.maybank-ke.co.th/KimEng/servlet/MemberServlet?operation=Login&source=F&action=ViewStock&DBId=2&rid=19967&lang=2&more=1