------------------------------------------ ------------------------------------------------------------ trader

วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2555

BWG หุ้นขนาดกลางที่คาดว่าแนวโน้มผลการดำเนินงาน 1Q55 จะขยายตัวโดดเด่น และให้ผลตอบแทนจากการลงทุนดีกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด

วันขึ้นเครื่องหมาย เครื่องหมาย รายละเอียด
08 พ.ค. 2555 XD
วันปิดสมุดทะเบียน 11 พ.ค. 2555
วันจ่ายปันผล 25 พ.ค. 2555 00:00
เงินปันผล(บาท/หุ้น) 0.05
รอบผลประกอบการ 01 ม.ค. 2554 - 31 ธ.ค. 2554



ข่าวสำคัญในรอบที่ผ่านมา

BWGส่งสัญญาณ ประเดิมโค้งแรกปีนี้ผลงานเยี่ยม เชื่อเข้าสู่ปีทองธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรม มั่นใจรายได้โต 30% เผยปี"54 รายได้รวม 1 พันล้าน

นายสุวัฒน์ เหลืองวิริยะ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG ผู้ประกอบธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรมอย่างครบวงจรทั้งฝังกลบ เผาทำลาย และนำกลับมาใช้ใหม่รายเดียวในประเทศไทย กล่าวว่า ธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรมปีนี้มีแนวโน้มเติบโตอย่างโดดเด่นจากปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังเกิดวิกฤตอุทกภัยครั้งใหญ่ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทำให้โรงงานอุตสาหกรรมต้องทำความสะอาดครั้งใหญ่ ส่งผลให้มีกากอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบเป็นจำนวนมาก ในขณะเดียวกันกระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม ยังเดินหน้านโยบายลดปัญหามลพิษอย่างเข้มข้น ผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมจัดการกากอุตสาหกรรมให้เป็นระบบที่ถูกต้อง ซึ่งเอื้อให้บริษัทฯ ได้รับอานิสงส์รับงานกำจัดกากอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นทิศทางเดียวกัน โดยจะเห็นได้จากผลประกอบการในไตรมาสแรกของปีที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างโดดเด่น เมื่อเทียบกับปีก่อน

"ปีนี้น่าจะเป็นปีที่อุตสาหกรรมกำจัดกากฯ กลับมาเติบโตได้อย่างโดดเด่นอีกครั้ง ซึ่งจะเห็นได้จากการเติบโตของผลประกอบการในไตรมาสแรกที่จะเติบโตได้อย่าง ชัดเจนทั้งรายได้และกำไรสุทธิ ซึ่งเป็นผลจากการรับงานกำจัดกากฯ หลังน้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 7 แห่งที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวและการเพิ่มขึ้นของปริมาณกาก อุตสาหกรรมในโรงงานที่ไม่ได้รับกระทบจากน้ำท่วม เพราะต้องเร่งผลิตทดแทนโรงงานที่ถูกน้ำท่วมด้วย เนื่องจากบริษัทฯ เป็นผู้ประกอบการกำจัดกากอุตสาหกรรมครบวงจร เพียงรายเดียวของไทย จึงมีศักยภาพในการรับงานสูง ซึ่งเอื้อให้ปริมาณการกำจัดกากอุตสาหกรรมของบริษัทฯ เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จึงน่าจะเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับเบตเตอร์ เวิลด์ กรีน ใน ปีนี้ ซึ่งได้วางเป้าหมายรายได้เติบโต 30% จากปี 2554 ที่ผ่านมา โดยรายได้หลักยังมาจากการกำจัดกากอุตสาหกรรมแบบฝังกลบ นอกจากนี้ เป็นรายได้จากงานรับเหมาก่อสร้าง และงานโครงการต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง"นายสุวัฒน์ กล่าว

ผลประกอบการปี 2554 ด้วยว่าบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 97.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.36 ล้านบาท หรือร้อยละ 137.36 จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 41.03 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ โดยในปี 2554 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,050.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 337.84 ล้านบาท หรือร้อยละ 47.38 จากงวดเดียวกันปี 2553 ที่มีรายได้รวม 713.03 ล้านบาท แยกเป็นรายได้จากการให้บริการกำจัดกากอุตสาหกรรมปี 2554 อยู่ที่ 867.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 225.13 ล้านบาท หรือร้อยละ 35 จากงวดปี 2553 ที่ 642.03 ล้านบาท เนื่องจากกลยุทธ์ทางด้านการตลาด ความพร้อมในการให้บริการ สภาวะเศรษฐกิจที่เติบโต ส่งผลให้ปริมาณกากอุตสาหกรรมที่บริษัทรับกำจัดเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา คิดเป็นอัตราร้อยละ18 และอัตราค่าบริการต่อตันถัวเฉลี่ยเพิ่มขึ้น คิดเป็นอัตราร้อยละ15 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่รายได้จากงานก่อสร้าง ปี 2554 อยู่ที่ 183.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 112.70 ล้านบาท หรือร้อยละ 159 จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ 71.01 ล้านบาทซึ่งไปตามการรับรู้รายได้ เนื่องจากงานที่ทำเสร็จ ดังนั้น ในการประชุม คณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีมติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้ผู้ถือหุ้นงวดผลประกอบการปี 2554 (มกราคม – ธันวาคม 2554) ในอัตราหุ้นละ 0.05 บาท โดยกำหนดปิดสมุดทะเบียนรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผลวันที่ 11 พฤษภาคม 2555 ก่อนที่จะจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นในวันที่ 25 พฤษภาคม 2555

ข่าวจาก : กรุงเทพธุรกิจ

วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2555

CPF (ซื้อ) : กำไร 1Q55 จะสูงเป็นประวัติการณ์‏


ลุ้นรับ ปันผลฟรี  XD 10/05/2012 = 0.6


บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF)
กำไร 1Q55 จะสูงเป็นประวัติการณ์


ประเด็นการลงทุน : คาดกำไร 1Q55 สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 6,206 ล้านบาทจากการปรับมูลค่าเงินลงทุนใน CPV แต่กำไรปกติคาดว่าลดลงทั้งเมื่อเทียบ QoQ และ YoY จากราคาเนื้อสัตว์ที่ตกต่ำ อย่างไรก็ดีราคาเนื้อสัตว์น่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วโดยเริ่มฟื้นตัวขึ้นหลังจาก Supply ลดลง อีกทั้งการรวม CPP เต็มไตรมาสจะทำให้กำไร 2Q55 เติบโตโดดเด่น การลงทุนใน CPP และในประเทศอื่นๆจะเพิ่มศักยภาพเติบโตระยะยาวให้กับ CPF เราแนะนำ ซื้อ โดยให้ราคาเหมาะสม 45 บาท



คาดกำไรทำสถิติสูงสุดใหม่ : คาดกำไรสุทธิ 1Q55 เพิ่มขึ้นถึง 158% QoQ และ 78% YoY เป็น 6,206 ล้านบาทจากการเริ่มรวมงบการเงินของ CPP ตั้งแต่เดือน มี.ค. และ การปรับมูลค่าเงินลงทุนใน CPV เป็นราคายุติธรรม คาดจะบันทึกกำไรประมาณ 4,300 ล้านบาท และคาดจะบันทึกกำไรจากการขายบริษัท อลิอันซ์ ซี.พี.ประกันภัย และ ประกันชีวิต ประมาณ 200 ล้านบาท หากไม่รวมกำไรพิเศษจาก CPV และ ธุรกิจประกันฯ คาด CPF มีกำไร 1,706 ล้านบาท ลดลง 1% QoQ และ 38% YoY จากการรับรู้รายได้จาก CPP เพียง 1 เดือน และ ผลประกอบการ CPF ในไทยคาดจะชะลอตัวจากราคาเนื้อสัตว์ที่ลดลง ราคาไก่เฉลี่ยลดลง 13% QoQ และ 27% YoY เป็น 35 บาท/กิโลกรัม และ ราคาหมูลดลง 12% QoQ และ 10% YoY เป็น 53 บาท/กิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นจากราคาข้าวโพดและกากถั่วเหลืองที่เพิ่มขึ้น ส่วนธุรกิจที่ตุรกีคาดขาดทุนตามผลของฤดูกาล

ฟื้นตัวแข็งแกร่งใน 2Q55 : กำไรจากการดำเนินงานปกติจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งใน 2Q55 ซึ่งเป็นไฮซีซั่นของธุรกิจ และ งบ CPP รวมเข้ามาเต็มทั้งไตรมาส ขณะที่ราคาเนื้อสัตว์ในประเทศน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในเดือน มี.ค. ราคาเนื้อไก่ปรับตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดที่ 28 บาท/กิโลกรัม มาที่ 35 บาท/กิโลกรัมในปัจจุบัน ราคาหมูเพิ่มจาก 48 บาท/กิโลกรัม เป็น 58 บาท/กิโลกรัม จาก Supply ที่ลดลง เนื่องจากผู้ส่งออกไก่เริ่มสต็อคสินค้าเพื่อรอส่งออกไก่สดไปยังสหภาพยุโรปหลังสหภาพยุโรปจะกลับมานำเข้าไก่สดจากไทยตั้งแต่ต้นเดือน ก.ค. นี้ นอกจากนั้นธุรกิจที่ตุรกีคาดฟื้นตัวดีขึ้นเป็นลำดับโดยคาดปีนี้จะพลิกมาเป็นกำไรได้หลังจากขาดทุนถึง 800 ล้านบาทในปีก่อนจากปัญหาราคาไก่ตกต่ำ เราจะปรับเพิ่มประมาณการสะท้อนการรวม CPP หลังการประกาศงบ 1Q55 ในเดือน พ.ค. ในเบื้องต้นเราประเมินว่า กำไรปีนี้จะเติบโต 39% เป็น 2.2 หมื่นล้านบาท (3.00 บาท/หุ้น)

แนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม 45 บาท : เรามีความเห็นเป็นบวกและคงคำแนะนำ ซื้อ CPF ราคาเหมาะสม 45 บาท อิง PER 15 เท่า เราเชื่อว่าบริษัทจะเติบโตต่อเนื่องและสามารถเพิ่มยอดขายเป็น 6 แสนล้านบาทภายใน 5 ปีข้างหน้าตามที่บริษัทตั้งเป้า โดยมีปัจจัยผลักดันหลักจากการขยายธุรกิจไปในต่างประเทศและการเพิ่มยอดขายสินค้าประเภทอาหาร ธุรกิจอาหารสัตว์ของ CPP ในประเทศจีนยังมีช่องว่างในการเติบโตสูงเนื่องจากตลาดอาหารสัตว์เชิงพาณิชย์คาดขยายตัวขึ้นแทนที่ตลาดอาหารสัตว์ที่ผลิตภายในครัวเรือน อีกทั้งแนวโน้มการเติบโตของการบริโภคเนื้อสัตว์ต่อประชากรจะส่งผลให้มีความต้องการใช้อาหารสัตว์เพิ่มขึ้นด้วย ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตอาหารสัตว์ของ CPP ยังอยู่ที่เพียง 55% ส่วน CPV ซึ่งทำธุรกิจเกษตรครบวงจรและธุรกิจอาหารในเวียดนามมีศักยภาพเติบต่อเนื่อง จากการเป็นผู้นำในตลาด การขยายตัวของตลาดอาหารสัตว์เชิงพาณิชย์ซึ่งมีคุณภาพมากกว่าอาหารสัตว์ที่ผลิตจากครัวเรือน และ การเติบโตของการบริโภคเนื้อสัตว์ต่อประชากร

ข่าวจาก กิมเฮ็ง (23/04/2012)