------------------------------------------ ------------------------------------------------------------ trader

วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2555

บล.โกลเบล็ก มองหุ้นปีหน้า นิวไฮกลางปีที่ 1,478 จุด แนะกลุ่มพลังงานทดแทน-เติบโตสูง-โครงสร้างพื้นฐาน






นายจักรกริช เจริญเมธาชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โกลเบล็ก เปิดเผย “ลับคมกลยุทธ์จัดทัพพอร์ตรับการลงทุนปี 2013” ว่า ในปี 2556 ภาครัฐจะมีการลงทุนถึง 2.3 ล้านล้านบาทส่งผลให้กลุ่มวัสดุก่อสร้าง รับเหมาก่อสร้างมีน้ำหนักมากกว่าตลาด ส่วนกลุ่มปิโตรเคมีและอสังหาริมทรัพย์เท่ากับตลาด และกลุ่มโรงพยาบาล สื่อสาร โรงแรมและสื่อน้อยกว่าตลาด ขณะที่กลุ่มส่งออกไม่แนะนำให้ลงทุน

ในปีหน้า นักลงทุนต่างชาติยังคงเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยและเพิ่มสัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) เป็น 15 เท่า เทียบกับปีนี้ที่ 11-13 เท่า เนื่องจากไทยมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและสถาบันการเงินยังมีความแข็งแรง

“ปีหน้าเรามองดัชนีจะทำนิวไฮที่ 1,478 จุด ซึ่งจะเกิดขึ้น|ในช่วงกลางปี และกำไรสุทธิบริษัทจดทะเบียน (บจ.)โต 10% แต่ไตรมาส 1 อาจเห็นดัชนีปรับตัวลงจากการแก้ปัญหาหน้าผาการคลังของสหรัฐ จึงเป็นจังหวะทยอยสะสมหุ้นได้” นายจักรกริช กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทแนะนำจัดพอร์ตการลงทุนในปีหน้า เป็นการลงทุนในหุ้นไทย 60% กองทุนโครงสร้างพื้นฐานและทองคำอย่างละ 5% ซึ่งราคาทองคำจะถึง 2,000 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ได้ ส่วนพอร์ตที่เหลือซื้อหุ้นในกองทุนยุโรป สหรัฐ และจีน รวมถึงกระจายถือเงินสด

สำหรับพอร์ตการลงทุนหุ้นแบ่งเป็น 3 กลุ่มที่เน้นการถือยาวได้ประมาณ 1 ปี คือ กลุ่มที่มีผลประกอบการโดดเด่น ให้น้ำหนัก|ถึง 40% มีทั้งหมด 8 ตัว คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บริษัท ไทยคม (THCOM) บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ (THRE) บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ (EARTH) และธนาคารกรุงไทย (KTB)

กลุ่มพลังงานทดแทน 25% เช่น บริษัท ยูนิเวอร์แซล แอดซอร์บเบ้นท์ แอนด์ เคมิคัลส์ (UAC) บริษัท อีเทอเนิล เอนเนอยี (EE) และบริษัท เด็มโก้ (DEMCO) และกลุ่มเกี่ยวข้องโครงสร้างพื้นฐาน 35% เช่น บริษัท ช.การช่าง (CK) บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) หรือ CNT |บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC)



INFO: เศรฐกิจ-หุ้น, โพสต์ทูเดย์

ANAN : เดินหน้ากำไร



ใช้หนี้ได้หลักทรัพย์ปั้นรายได้ หนี้ต่ำหมุนเงินสดลงทุนสบาย
 
“อนันดาฯ” ยันราคาไอพีโอไม่แพง ชำระหนี้ 3,000 ล้านไถ่ถอนหลักทรัพย์จากแบงก์นำมาต่อยอดรายได้ ผสมลงทุนใหม่ สร้างกำไรระยะยาว

นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) เปิดเผยว่า ราคาหุ้นที่เสนอขายให้ประชาชนทั่วไป (ไอพีโอ) ที่ 4.20 บาท เหมาะสมแล้ว เมื่อเทียบกับผลประกอบการของบริษัทในปี 2556-2558 ที่จะกลับมามีกำไรสุทธิอย่างต่อเนื่อง จากฐานรายได้ที่คาดว่าจะเติบโตจาก 1.22 หมื่นล้านบาทในปีหน้า เป็น 1.82 หมื่นล้านบาท ในปี 2558

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีโครงการลงทุนอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ประสบความสำเร็จจากการระดมทุน โดยบริษัทมีแผนเข้าซื้อกิจการของ ADO ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าระหว่าง ANAN กับ TMW Ananda GmbH จำนวน 48.3% จะช่วยหนุนกำไรในปี 2556 ทันที รวมทั้งช่วยลดความเสี่ยงด้านการกระจุกตัวของรายได้ เพราะ ADO มีโครงการแนวราบทางตะวันออกของกรุงเทพฯ ถึง 6 แห่ง และมีที่ดินขนาดใหญ่ที่บางนา นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนลงทุนในโครงการขนาดใหญ่อีก 2 แห่ง ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนเร็วๆ นี้

“ราคาหุ้นไอพีโอถือว่าแฟร์แล้ว เราถกเถียงกันอย่างหนักกับนักลงทุนสถาบันในประเทศและต่างประเทศ ก่อนที่จะมีการทำบุ๊กบิวด์ โดยเฉพาะกับทางบาร์เคลย์ส ซีไอเอ็มบี บล.บัวหลวง และบล.เคทีซีมิโก้ ซึ่งเป็นตัวแทนนักลงทุนสถาบันต่างประเทศและในประเทศ จนได้ข้อสรุปว่าราคาที่ 4.20 บาทเหมาะสมที่สุด และหากเทียบกับแนวโน้มผลประกอบการในปีหน้าจะเห็นว่าอัตราราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) ของ ANAN จะต่ำเพียง 8 เท่า” นายชานนท์ กล่าว

ทั้งนี้การนำเงินที่ได้จากการระดมทุนจำนวน 3,000 ล้านบาท ไปชำระหนี้นั้นเป็นการนำไปไถ่ถอนทรัพย์สินที่จำนองไว้กับธนาคารกรุงไทย (KTB) ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวเป็นโฉนดที่ดินของโครงการคอนโด AD2-Mobi ซึ่งมีมูลค่าโครงการสูงถึง 4,000 ล้านบาท เมื่อบริษัทไถ่ถอนโฉนดได้แล้วก็จะนำไปโอนให้กับลูกค้า และเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการดังกล่าวได้ทันทีในต้นปีหน้า เนื่องจาก ณ สิ้นไตรมาส 3 บริษัทสามารถขายคอนโดให้ลูกค้าได้แล้วจำนวน 2,300 ล้านบาท คงเหลืออีก 1,700 ล้านบาท ที่จะทยอยรับรู้ในช่วงต่อไป

“การนำเงินไปชำระหนี้ นอกจากจะทำให้บริษัทรับรู้รายได้จากโครงการ Mobi แล้ว ยังทำให้อัตราหนี้สินต่อทุนของบริษัทลดลงต่ำกว่า 1 เท่าด้วย ซึ่งจะทำให้ฐานะการเงินของเราแข็งแกร่ง และมีศักย ภาพขยายธุรกิจต่อไป” นายชานนท์ กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปีนี้ที่ขาดทุนจำนวน 314 ล้านบาท เป็นการขาดทุนทางบัญชี โดยบริษัทมีค่าความนิยมติดลบ (PPA) ที่เกิดจากการซื้อกิจการในอดีตจำนวน 1,500 ล้านบาท และได้ทยอยตัดลดในงบการเงินมาอย่างต่อเนื่องไอพีโอ, จนปัจจุบันเหลือประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งจะไม่ทำให้บริษัทประสบปัญหาขาดทุนอีกแล้ว

นายชานนท์ กล่าวว่า สาเหตุที่ราคาหุ้นของบริษัทหลุดจองตั้งแต่วันแรก เป็นเพราะนักลงทุนขาดความเข้าใจในทิศทางดำเนินธุรกิจของบริษัท และได้รับข้อมูลไม่เพียงพอ ซึ่งธรรมชาติของ ANAN เป็นหุ้นเติบโตสูง เหมาะกับการลงทุนระยะยาว เนื่องจากมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) มากกว่า 20% กำไรขั้นต้น 35% และกำไรขั้นต้นสุทธิ 17% จะช่วยเพิ่มมูลค่าหุ้นที่ถืออยู่แทนการรับเงินปันผลในแต่ละปี ซึ่งหุ้น ANAN สอดคล้องกับแนวทางการลงทุนของนักลงทุนสถาบันมากกว่า



INFO: โพสต์ทูเดย์

วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2555

'ประชา' จ่อถือหุ้นใหญ่ N-PARK

นายนคร ลักษณกาญจน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท แนเชอรัล พาร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ N-PARK เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 13/2555 เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2555 มีมติอนุมัติให้จัดสรรและเสนอหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เหลือจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิม จำนวน 53,500 ล้านหุ้น ให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) โดยกำหนดราคาเสนอขายหุ้นละ 0.029 บาท