------------------------------------------ ------------------------------------------------------------ trader

วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2555

SIRI โชว์ Backlog ล่าสุด 4.2 หมื่นลบ. คาดรับรู้ปีนี้ 1.6 หมื่นลบ. มั่นใจทั้งปียอดขายตามเป้าที่ 4 หมื่นลบ.

SIRI โชว์ Backlog ล่าสุด 4.2 หมื่นลบ. คาดรับรู้ปีนี้ 1.6 หมื่นลบ. มั่นใจทั้งปียอดขายตามเป้าที่ 4 หมื่นลบ.

SIRI เผย Backlog ปัจจุบันอยู่ที่ 4.2 หมื่นลบ. คาดรับรู้ปีนี้ 1.6 หมื่นลบ. คาดปีนี้เปิดโครงการใหม่ 50 โครงการ หลังได้รับกระแสจากลูกค้าดีต่อเนื่อง ระบุยอดขายไตรมาส 3/55 แตะ 8 พันลบ. มั่นใจทั้งปียอดขายตามเป้าที่ 4 หมื่นลบ.

PF พุ่งเกือบกว่า 5% หลังขยายการลงทุนไปญี่ปุ่น

PF พุ่งเกือบกว่า 5% หลังขยายการลงทุนไปญี่ปุ่น คาดเริ่มรับรู้รายได้ปี 57 ขณะที่กูรูแนะเก็งกำไร แนวต้าน 1.20 บาท


PF พุ่ง 6.54% โบรกฯคาดกำไร H2/55 โตเด่น รับรู้คอนโดฯ-เปิดโครงการใหม่

หุ้น PF ราคาพุ่งขึ้น 6.54% มาอยู่ที่ 1.14 บาท เพิ่มขึ้น 0.07 บาท มูลค่าซื้อขาย 694.13 ล้านบาท เมื่อเวลา 15.52 น. โดยเปิดตลาดที่ 1.08 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 1.16 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่ 1.07 บาท

นายสมบัติ เอกวรรณพัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส(ประเทศไทย) กล่าวว่า ราคาหุ้น บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค(PF) ปรับตัวขึ้นในวันนี้ ด้วยวอลุ่มเทรดที่เข้ามาอย่างหนาแน่น ยังไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุใด แต่ทางฝ่ายวิจัยก็ได้แนะนำ"ซื้อ"หุ้น PF ด้วยราคาเป้าหมาย 1.25 บาท คิด P/E ปี 2556 ที่ 7 เท่า เนื่องจากคาดว่ากำไรในช่วงครึ่งหลังปีนี้(H2/55)จะออกมาดีมาก โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4/55 คาดว่าจะมีรายได้สูงขึ้น จากการรับรู้รายได้จากคอนโดมิเนียมประมาณ 1,366 ล้านบาท และ PF ก็ยังมีรูมขาย ไอ คอนโดฯได้อีก 500 ล้านบาท รวมทั้งยังมีรูมขาย Metro Park สาทรได้อีก 2,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งปีหลัง(H2/55)PF มีแผนที่จะเปิดขายอีก 9 โครงการ เป็นแนวราบ 8 โครงการ และเป็นคอนโดฯ 1 โครงการ รวมมูลค่า 10,000 ล้านบาท

พร้อมคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้(2555)ไว้ที่ 853 ล้านบาท เติบโต 51% จากปี 2554 ที่มีกำไรสุทธิ 488 ล้านบาท ส่วนปีหน้า(2556)คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 1,052 ล้านบาท สำหรับการจ่ายปันผลของ PF ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ปีนี้คาดว่าจะจ่าย 0.07 บาท/หุ้น หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลที่ 6% ส่วนปีหน้าคาดว่าจะจ่าย 0.08 บาท/หุ้น หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลที่ 7% เมื่อคิดจากราคาปัจจุบันที่ 1.14 บาท/หุ้น

อย่างไรก็ดี PF มีข้อเสียอยู่ที่หนี้สินสุทธิต่อทุน(Gearing ratio)อยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงที่ 1.47 เท่า ซึ่งเป็นผลจากที่ PF มีการซื้อที่ดินใหม่ และมีงานก่อสร้างบ้านและคอนโดฯ

--อินโฟเควสท์

วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการอสังหาฯทรุด

สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ทรุด กลัวน้ำท่วม ลุ้น 6 เดือนข้างหน้า กำลังซื้อฟื้น โบนัสปลายปีหนุน

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ แถลงว่า ในการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ไตรมาส 3 ปี 2555 มีผู้ประกอบการตอบแบบสอบถามจำนวน 166 บริษัท เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 30 บริษัท และบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 136 บริษัท ในการคำนวณดัชนีรวมจะให้น้ำหนักบริษัทจดทะเบียนและบริษัทไม่จดทะเบียน 50:50 เท่ากัน

ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยมีค่ากลางของดัชนีเท่ากับ 50 ดังนั้น หากค่าดัชนีสูงกว่าค่ากลาง มีนัยว่าผู้ประกอบการเห็นว่าเป็นภาวะที่ดี และหากดัชนีมีค่าสูงกว่าเดิม มีนัยว่าผู้ประกอบการเห็นว่าเป็นภาวะที่ดีขึ้นจากเดิมในทางตรงข้าม หากค่าดัชนีต่ำกว่าค่ากลาง มีนัยว่าผู้ประกอบการเห็นว่าเป็นภาวะที่ไม่ดี และหากดัชนีมีค่าต่ำกว่าเดิม มีนัยว่าผู้ประกอบการเห็นว่าเป็นภาวะที่แย่ลงจากเดิม

ผลสำรวจและการแปลผลผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ประจำไตรมาส 3 ปี 2555 พบว่าค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบัน (Current Situation Index) มีค่าเท่ากับ 51.3 ปรับตัวลดลงจากไตรมาสที่แล้ว (2/2555) ซึ่งดัชนีมีค่าเท่ากับ 55.8 และไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (ไตรมาส 3/2554) ซึ่งดัชนีมีค่าเท่ากับ 56.2 เช่นกัน

เมื่อแยกประเภทผู้ประกอบการ พบว่าสำหรับ ผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Listed)
มีค่าความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบันเท่ากับ 54.9 ลดลงจากไตรมาสที่แล้ว ซึ่งมีค่าดัชนี 62.8 สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่ใช่บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Non-Listed) มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบันเท่ากับ 47.8 ปรับลดลงจากไตรมาสที่แล้ว ซึ่งมีค่าดัชนี 48.8

ค่าดัชนีในไตรมาสนี้แม้จะปรับลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว แต่ยังมีค่าสูงกว่าค่ากลาง หมายความว่าผู้ประกอบการยังมีความเชื่อมั่นในเชิงบวกอยู่แต่มองสถานการณ์ไม่สดใสเท่าเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่มีฝนตกชุกในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล และข่าวอุทกภัยในจังหวัดภูมิภาคอื่นๆ

สำหรับดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้า (Expectations Index) ประจำไตรมาส 3/2555 มีค่าเท่ากับ 69.6 ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้ว ซึ่งมีค่าเท่ากับ 67.9 และเพิ่มจากไตรมาสเดียวกันของปี 2554 ซึ่งดัชนีมีค่าเท่ากับ 68.6 โดยในส่วนของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีค่าดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้า เท่ากับ 75.0 ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้วซึ่งมีค่าดัชนีเท่ากับ 73.5 ส่วนบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
มีค่าดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้า มีค่าดัชนีเท่ากับ 64.1 ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้วซึ่งมีค่าดัชนีเท่ากับ 62.3

ค่าดัชนีความคาดหวังใน 6 เดือนข้างหน้า (มองยาวไปถึงเดือนมีนาคม 2556 เปรียบเทียบกับเดือนกันยายน 2555 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำรวจความเชื่อมั่น) ปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการมีความคาดหวังที่ดีขึ้นต่ออนาคตในช่วงไตรมาสแรกปี 2556 ว่าจะมีกำลังซื้อกลับเข้ามาจากรายได้เงินเดือนและโบนัสที่ผู้บริโภคได้รับในช่วงต้นปี และสถานการณ์เศรษฐกิจที่อาจดีขึ้นกว่าในปี 2555

INFO: http://www.bangkokbiznews.com